ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในการแก้โจทย์ปัญหาเศษส่วนและจำนวนคละ โดยใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับรูปแบบการสอนแบบ CIPPA MODEL สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ผู้พัฒนา นายฐิติศักดิ์ บ่อแก้ว
โรงเรียนโรงเรียนบ้านโนนรังใหญ่

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           แนวทางการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนสำคัญที่สุด เชื่อว่าคนทุกคนมีความสารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติ และเต็มศักยภาพคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เน้นให้ความสำคัญทั้งความรู้ และคุณธรรมมีกระบวนการเรียนรู้โดยจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ อาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากลาย จากประสบการณ์ คำนึงถึงการส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เป็นสำคัญ เตรียมผู้เรียนให้มีความพร้อม ที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ และพัฒนาต่อในระดับที่สูงขึ้น คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ฝึกฝนให้มนุษย์คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบมีรูปแบบที่ชัดเจนหรือมีความเป็นระเบียบในรูปแบบของการคิดคณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดมนุษย์ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหาและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม นอกจากนี้คณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาศาสตร์อื่นๆ เช่น ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข การคิดคำนวณและแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เป็นความสามารถหนึ่งในทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่นักเรียนควรจะเรียนรู้และพัฒนาให้เกิดขึ้นในตัวนักเรียน นักเรียนควรรู้จักการตีความคณิตศาสตร์ในบริบทที่หลากหลายรวมถึงการให้เหตุผลอย่างเหมาะสมและการใช้แนวคิด กระบวนการ ขอเท็จจริงและเครื่องมือเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ในการบรรยาย อธิบาย และทำนายปรากฏการณ์ต่างๆ การรู้เรื่องคณิตศาสตร์ที่มีขั้นตอนแก้ปัญหาอย่างละเอียดและเข้าใจบทบาทของคณิตศาสตร์ที่มีในโลก ตลอดจนเป็นทักษะพื้นฐานที่นักเรียนสามารถนำติดตัวไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้นานตลอดชีวิต คณิตศาสตร์เป็นภาษาอย่างหนึ่งและมีสัญลักษณ์ที่รัดกุม สื่อความหมายได้ถูกต้อง เป็นภาษาที่มีตัวอักษรแสดงความหมายแทนความคิด การบวก ลบ คูณ หารเป็นเครื่องมือที่จะใช้ฝึกทางสมอง หากได้รับการฝึกประสบการณ์เพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหา ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 จะต้องพัฒนาให้เกิดในตัวนักเรียนเพื่อนำไปใช้ในการดำรงชีวิตรู้จักใช้ความคิดและเหตุผลเพื่อเสาะแสวงหาความรู้ใหม่ ในชั่วโมงเรียนวิชาคณิตศาสตร์พบว่า มีนักเรียนที่ประสบปัญหาในการเรียนและการแก้ปัญหาเรื่องเศษส่วน โดยนักเรียนบางคนยังคำนวณไม่คล่องในเรื่องเศษส่วนและโจทย์ปัญหา และไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์เพราะเป็นวิชาที่ยาก จึงศึกษารูปแบบการสอนและการจัดการเรียนรู้ในบริบทต่างๆ จึงเห็นว่าการแก้ไขปัญหาควรใช้แบบฝึกทักษะและรูปแบบการสอนแบบ CIPPA MODEL มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนและดำเนินกิจกรรมในชั่วโมงเรียนคณิตศาสตร์เพื่อให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดและได้เรียนรู้เนื้อหาคณิตศาสตร์แบบใหม่มากขึ้น โดยรูปแบบการสอนแบบ CIPPA MODEL มี 5 องค์ประกอบและมี 7 ขั้นตอน ดังนี้ ทบทวนความรู้เดิม แสวงหาความรู้ใหม่ ศึกษาทำความเข้าใจข้อมูล/ความรู้ใหม่และเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม แลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่ม สรุปและจัดระเบียบความรู้ ปฏิบัติและแสดงผลงาน การประยุกต์ใช้ความรู้ ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง และมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน บุคคลรอบข้างและสิ่งแวดล้อมรอบตัว กระตุ้นและส่งเสริมผู้เรียนให้คิดอย่างเป็นระบบ และสามารถนำไปปรับใช้จริง จากเหตุผลดังกล่าว จึงได้ศึกษาปัญหา แก้ไขและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในการแก้โจทย์ปัญหาเศษส่วนและจำนวนคละ โดยใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับรูปแบบการสอนแบบ CIPPA MODEL สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2567 และใช้สื่อการสอนที่หลากหลายเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนเกิดความสนใจ และฝึกการแก้ปัญหาด้วยการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง เป็นการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการคิดคำนวณ นำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น ให้เกิดประโยชน์และสามารถพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนต่อไป
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน เชิงปริมาณ 1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโนนรังใหญ่ ปีการศึกษา 2567 ร้อยละ 80 มีความรู้ความเข้าใจ ได้รับการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในการแก้โจทย์ปัญหาเศษส่วนและจำนวนคละ โดยใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับรูปแบบการสอนแบบ CIPPA MODEL 2. จากการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับรูปแบบการสอนแบบ CIPPA MODEL พบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโนนรังใหญ่ ปีการศึกษา 2567 ร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น เชิงคุณภาพ 1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโนนรังใหญ่ ปีการศึกษา 2567 ร้อยละ 100 มีความ พึงพอใจและมีเจตคติที่ดีต่อการจัดการเรียนการสอนรายวิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับรูปแบบการสอนแบบ CIPPA MODEL สามารถแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ และได้รู้จักการทำงานเป็นทีมและกระบวนการทำงานเป็นกลุ่มย่อย
ผลลัพธ์ต่อครู : 1. ครูผู้สอนมีนวัตกรรมและแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สามารถใช้สื่อและนวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในการแก้โจทย์ปัญหาเศษส่วนและจำนวนคละ โดยใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับรูปแบบการสอนแบบ CIPPA MODEL ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. ครูผู้สอนสามารถนำไปต่อยอดเพื่อหาแนวทางประยุกต์ใช้และพัฒนาปรับปรุงต่อไป 3. ครูผู้สอนมีความเข้าใจในนวัตกรรมและแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และคณะครูมีส่วนร่วมในการส่งเสริมพัฒนาผู้เรียน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : 1. ผู้บริหารให้การสนับสนุนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้มีความหลากหลายครอบคลุมเนื้อหาของหลักสูตร 2. บรรยากาศการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนมีความน่าสนใจส่งผลให้การเรียนรู้ของผู้เรียนดีขึ้น 3. สถานศึกษาได้รับความไว้วางใจให้จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : 1.ชุมชนและผู้ปกครองให้ความร่วมมือ สนับสนุน และเห็นความสำคัญของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้นวัตกรรมการพัฒนาผู้เรียนมากขึ้น 2. ชุมชนและผู้ปกครองมีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียน และเข้าใจการดำเนินงานตามบริบทของสถานศึกษา
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก