ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ PHRAROJ Model เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
ผู้พัฒนา นางสาวจรินทร์ มีคุณ
โรงเรียนโรงเรียนบ้านพระโรจน์(ชนูปถัมภ์)

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ หมวด 4 แนวการจัดการศึกษา มาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดกิจกรรมให้ผู้เรียน ฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยต้องจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติ ให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่าน และเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้ รวมทั้งสามารถใช้การวิจัย เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ทั้งนี้ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอน และแหล่งวิทยาการประเภทต่าง ๆ ตลอดจนจัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับบิดามารดา ผู้ปกครอง และบุคคลในชุมชนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ (สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา : 2546) หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ถือเป็นหัวใจหลักของการจัดการศึกษาในประเทศไทย หลักสูตรนี้ถูกปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาการศึกษาใน ศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนในด้านต่างๆ เช่น การพัฒนาทักษะที่จะเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 โดยเน้นการพัฒนาทักษะการคิดชั้นสูง เช่นการคิดวิเคราะห์ การคิดแก้ปัญหาและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ การบูรณาการความรู้และทักษะชีวิต โดยให้บูรณาการความรู้ทางวิชาการและทักษะชีวิต ซึ่งจะเป็นการเตรียมผู้เรียนให้พร้อมเผชิญกับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วการใช้สื่อและเทคโนโลยีในการเรียนการสอน ครูถูกกระตุ้นให้ใช้สื่อและเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการจัดดการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยให้ผู้เรียนมีบทบาทสำคัญในการสร้างความรู้ และประสบการณ์ด้วยตนเอง (หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 2560 : 35-58) การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นการเรียนรู้ที่สอดคล้องสำหรับรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรในการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงานซึ่งจะทำให้เกิดทักษะสำคัญแห่งศตวรรษที่ 21 เป็นการเรียนรู้ที่จะช่วยให้นักเรียนเรียนรู้ เข้าใจองค์ความรู้ และมีหลักการต่าง ๆ ในสาระวิชา ผ่านการปฏิบัติด้วยตนเอง ไม่ผ่านการท่องจำ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจทฤษฎีในมิติที่ลึกและเชื่อมโยงยิ่งขึ้น และเห็นคุณค่าของความรู้ในบริบทของชีวิตจริง ทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องสนุกและมีชีวิตชีวา (วิจารณ์ พาณิช 2555 : 5) การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นการรวมทักษะหลากหลายไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นทักษะที่นักเรียนต้องเรียนรู้ เช่น การตั้งคำถาม (Driving Question) กระบวนการเสาะแสวงหาความรู้ ในเชิงลึกด้วยตนเอง (In-Depth Inquiry) การเรียนรู้ที่ให้ความสำคัญกับเนื้อหาสาระ (Significant Content) การฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ การประยุกต์ความรู้มาใช้ปรับปรุงและแก้ไขปัญหา การจัดกิจกรรมท้าท้ายให้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้แก่ ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และฝึกปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น ทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จากการวิเคราะห์ สังเคราะห์จากรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) การจัดการเรียนรู้พบว่าสาเหตุเกิดจากกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูยังไม่เน้นให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง ครูยังเน้นการเรียนรู้โดยการถ่ายทอดความรู้และเนื้อหา การมุ่งเน้นให้ผู้เรียนพัฒนาศักยภาพยังมีน้อยมาก ครูบางคนยังไม่มีนวัตกรรมในการจัดการเรียนการสอน จึงเป็นผลทำให้ผู้เรียนมีความรู้แต่ขาดทักษะกระบวนการคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะการคิดแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง ขาดทักษะกระบวนการทำงาน ซึ่งเป็นทักษะที่ผู้เรียนจะต้องนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง รวมทั้งการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ข้าพเจ้าในฐานะที่เป็นผู้บริหารสถานศึกษาจึงได้ริเริ่มพัฒนานวัตกรรม การบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ PHRAROJ Model เพื่อ เสริมสร้างประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ในโรงเรียนบ้านพระโรจน์(ชนูปถัมภ์) อำเภอม่วงสามสิบ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนของครู ให้ใช้กระบวนการเรียนการสอนเชิงรุก (Active Learning) เป็นครูมืออาชีพ และพัฒนานักเรียนให้มีคุณลักษณะเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ต่อไป
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน11.4.1 นักเรียนได้เรียนรู้จากการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน เกิดคุณลักษณะต่างๆ ดังนี้ ความรู้ K (knowledge) : นักเรียนมีความรู้ที่ดีขึ้นในด้านการคิดวิเคราะห์ ทักษะ P (Practice) : นักเรียนพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ และทักษะการทำงานร่วมกัน คุณลักษณะ A (Attribute) : นักเรียนมีคุณลักษณะในด้านความรับผิดชอบ ความมุ่งมั่น และความคิดริเริ่ม เจตคติ A (Attitude) : นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ การทำงานร่วมกัน และการคิดวิเคราะห์ สมรรถนะ C (Competency) : นักเรียนมีสมรรถนะในการคิดวิเคราะห์ และการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้นวัตกรรมการเรียนรู้เชิงรุกและโครงงานเป็นฐานจะช่วยพัฒนาคุณสมบัติทั้งหมดนี้ ทำให้นักเรียน มีการพัฒนาที่สมดุลในด้านต่างๆ และพร้อมที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง 11.4.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน RT, NT, O-NET มีพัฒนาการที่เพิ่มขึ้น ผู้เรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้น มีการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ในภาพรวมและรายบุคคล มาใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นในบางรายวิชา และผลการทดสอบระดับชาติ(O-Net) เพิ่มขึ้นในบางกลุ่มสาระ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่พัฒนานวัตกรรม ผู้เรียน มีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรมความพึงพอใจของผู้เรียนต่อนวัตกรรม
ผลลัพธ์ต่อครู : 11.3.1 การออกแบบการจัดการเรียนรู้ มีการนำผลการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มาตรฐานตัวชี้วัด แต่ละรายวิชา ตามหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมทั้งข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อออกแบบการจัดการเรียนรู้กำหนดเป้าหมายการจัดการเรียนรู้ด้านองค์ความรู้ ทักษะ กระบวนการ ตามมาตรฐาน ตัวชี้วัด และกำหนดแผนการจัดการเรียนรู้ มีการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับมาตรฐานและ ตัวชี้วัดตามเป้าหมายที่ต้องการพัฒนา ใช้หลักการ เทคนิคการสอนต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ เป้าหมายของการ พัฒนานวัตกรรม มีแผนการจัดการเรียนรู้ที่มีองค์ประกอบ ครบถ้วนสมบูรณ์และผ่านการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ก่อนการนำไปใช้ 11.3.2 การจัดการเรียนรู้ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ใช้สื่อเทคโนโลยีและสารสนเทศ ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีการนิเทศเพื่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้มีการปรับปรุงและพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง 11.3.3 การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ ออกแบบและพัฒนาสื่อนวัตกรรมเทคโนโลยีให้มีคุณภาพสะดวก ต่อการใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นักเรียนมีส่วนร่วมในการออกแบบ เลือกใช้ผลิตและพัฒนาคุณภาพของสื่อนวัตกรรมเทคโนโลยีสื่อนวัตกรรมเทคโนโลยี แหล่งการเรียนรู้ได้สอดคล้องกับเป้าหมายและกิจกรรมการ เรียนรู้มีการประเมินสื่อ โดยการมีส่วนร่วมของผู้เรียน นำผลการประเมินมาใช้ในการพัฒนาปรับปรุงสื่อการเรียนรู้ 11.3.4 การวัดและประเมินผล เลือกเครื่องมือ/วิธีการวัดประเมินผลที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของนวัตกรรมสร้างและพัฒนา คุณภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการวัด และประเมินผลได้อย่างเหมาะสมและถูกต้องตามหลักวิชาการกำหนดเกณฑ์การประเมินได้อย่างชัดเจน ใช้ผลของการวัดและประเมินผลเพื่อออกแบบวางแผน และดำเนินการพัฒนาคุณภาพ ทางการศึกษา ทั้งด้านการบริหารและ การจัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบต่อเนื่องวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศที่ได้จาก การวัดและประเมินผล นำเสนอต่อนักเรียนและผู้ปกครองเพื่อรับทราบพัฒนาการ
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : 11.2.1 ข้อมูลสารสนเทศของสานศึกษา มีสารสนเทศและผลการวิเคราะห์ข้อมูลทางการศึกษาในระดับสถานศึกษาและ ระดับห้องเรียนจัดระบบข้อมูลและสารสนเทศพื้นฐานได้ครบถ้วนครอบคลุมการใช้งานและสารสนเทศที่จัดเก็บไว้มีความถูกต้อง สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน จัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศอย่างเป็นระบบทันสมัยทันต่อการใช้งาน มีการพัฒนา อย่างต่อเนื่องและมีการปรับปรุงอยู่เสมอ นำข้อมูลและสารสนเทศไปใช้ในการบริหารและจัดการงานของสถานศึกษา และ พัฒนาการจัดการเรียนการสอนได้เกิดประโยชน์ คุ้มค่าเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศ และกิจกรรมในสถานศึกษาโดยใช้วิธีการ ที่หลากหลาย และน่าสนใจมีผลงานปรากฏชัด 11.2.2 การดำเนินงาน/การบริหารจัดการของสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ มีแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมที่สอดคล้องกับวัตกรรมการพัฒนา กำหนดผู้รับผิดชอบการดำเนินงานการออกแบบและจัดการเรียนรู้ ครอบคลุม รายวิชาที่ต้องการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนากำหนดห้วงเวลาการดำเนินงาน การจัดการเรียนรู้เสริม การนิเทศ ติดตามและประเมินผล ตามปฏิทินการพัฒนานวัตกรรม มีการดำเนินการตามแผนงานและมีระบบการนิเทศ ติดตามอย่างต่อเนื่องผู้บริหารจัดการศึกษาโดยยึดแผนพัฒนาสถานศึกษาที่มุ่งเน้นพัฒนา คุณภาพนักเรียนอย่างครบถ้วน 11.2.3 การมีเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา/การมีส่วนร่วมกับสถานศึกษา บุคลากรในสถานศึกษามีความรู้ความเข้าใจ และมีส่วนร่วม ในการวางแผน ดำเนินการตรวจสอบและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้เกี่ยวข้อง มีความรู้ความเข้าใจ และมีส่วนร่วมในการวางแผน ดำเนินการตรวจสอบและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้บริหาร/สถานศึกษา ส่งเสริม สนับสนุนเครือข่ายชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ให้มีความเข้มแข็ง สถานศึกษามีการขับเคลื่อนกิจกรรมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยมี ผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้คำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ ผู้บริหาร/สถานศึกษามีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสะท้อนผล การพัฒนาโรงเรียน ให้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบ 11.2.4 การยอมรับต่อสถานศึกษา ผู้บริหารยอมรับและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม ครูยอมรับและให้ความร่วมมือในการดำเนินการพัฒนาตามนวัตกรรม นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมตามนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ชุมชนให้การสนับสนุนและมีส่วนร่วมในการพัฒนาตามนวัตกรรม ความพึงพอใจของครู นักเรียน และผู้มีส่วนร่วมทุกภาคส่วน
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : สถานศึกษามีการขับเคลื่อนกิจกรรมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยมี ผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้คำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ ผู้บริหาร/สถานศึกษามีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสะท้อนผล การพัฒนาโรงเรียน ให้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบ
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการนิเทศภายใน
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก