ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



นวัตกรรมการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ โดยกระบวนการโดยจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1- 3
ผู้พัฒนา นายเลิศชาย ศรีสุระ
โรงเรียนโรงเรียนบ้านหัวคำ

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           ในยุคศตวรรษที่ 21 การจัดการเรียนรู้ไม่สามารถยึดติดกับรูปแบบการสอนแบบเดิมที่เน้นการถ่ายทอดความรู้จากครูเพียงฝ่ายเดียวได้อีกต่อไป แต่ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในช่วงวัยมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นวัยที่เหมาะสมต่อการเสริมสร้างทักษะสำคัญที่จำเป็นต่อชีวิตและการทำงานในอนาคต โรงเรียนบ้านหัวคำ ซึ่งเป็นโรงเรียนนำร่องภายใต้โครงการพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในมิติต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายของพื้นที่นวัตกรรมที่มุ่งเน้นการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืนในบริบทของท้องถิ่น โดยเฉพาะการส่งเสริม “ความคิดสร้างสรรค์” ให้แก่ผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1–3 ผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่น สนุก และท้าทาย จากการสำรวจบริบทของผู้เรียนในโรงเรียนบ้านหัวคำ พบว่าผู้เรียนส่วนใหญ่ยังขาดทักษะในการคิดริเริ่มสิ่งใหม่ ขาดความกล้าแสดงออก และมักไม่สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในการแก้ปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นผลมาจากการเรียนรู้ที่ยังไม่ตอบสนองต่อศักยภาพและความสนใจของผู้เรียนอย่างแท้จริง ดังนั้น นวัตกรรมการพัฒนาทักษะการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) จึงถูกออกแบบขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง มีส่วนร่วมในการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างผลงานอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้ที่รอบด้าน มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถต่อยอดการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นได้อย่างมั่นใจ
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน1. พัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์ นักเรียนสามารถคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และนำเสนอผลงานใหม่ ๆ ได้อย่างมีจินตนาการ 2. เพิ่มความกล้าแสดงออกและความมั่นใจ กล้าคิด กล้าพูด กล้าแสดงออกทางความคิดผ่านกิจกรรมกลุ่ม 3. มีแรงจูงใจในการเรียนมากขึ้น สนุกกับการเรียนรู้ที่มีความหมาย ไม่รู้สึกเบื่อหน่าย 4. พัฒนาทักษะการสื่อสารและการทำงานเป็นทีม มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลลัพธ์ต่อครู : 1. ปรับเปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้ (Facilitator) ครูมีบทบาทในการกระตุ้นและแนะนำแนวทางการคิดมากกว่าการบรรยาย 2. พัฒนาทักษะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย มีการใช้สื่อและเทคนิคใหม่ ๆ เช่น เกม บทบาทสมมติ กรณีศึกษา 3. มีความเข้าใจผู้เรียนอย่างลึกซึ้ง เห็นความแตกต่างของผู้เรียน และสามารถออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองได้ 4. ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างครูในรูปแบบ PLC มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูในสถานศึกษา
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : 1. บรรยากาศการเรียนรู้มีชีวิตชีวาและเอื้อต่อการเรียนรู้ นักเรียนกระตือรือร้น สถานศึกษามีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น 2. คุณภาพทางวิชาการของนักเรียนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีผลงานและรางวัลจากกิจกรรมคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น 3. เกิดนวัตกรรมและแนวปฏิบัติที่ดีในโรงเรียน มีการนำผลงานการเรียนรู้มาเผยแพร่และใช้ต่อยอด 4. ได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายวิชาการและหน่วยงานภายนอกมากขึ้น โรงเรียนเป็นที่ยอมรับและได้รับการสนับสนุน
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : 1. ชุมชนเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวนักเรียน เด็กกล้าคิด กล้าพูด และช่วยเหลือสังคมในเชิงสร้างสรรค์ 2. เกิดความร่วมมือระหว่างบ้าน โรงเรียน และชุมชน ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมและสนับสนุนทรัพยากร 3. ชุมชนได้รับประโยชน์จากกิจกรรมที่นักเรียนลงพื้นที่ เช่น โครงการบริการวิชาการ หรือสร้างสื่อรณรงค์เชิงสร้างสรรค์ 4. เกิดความภาคภูมิใจร่วมกันในความสำเร็จของนักเรียน นำไปสู่การมีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียนมากยิ่งขึ้น
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก