การพัฒนารูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานผ่านแผนพัฒนา สู่การพัฒนาทั้งระบบ ของโรงเรียนบ้านขามป้อม อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1
ผู้พัฒนา นางสุพล ครองยุติ
โรงเรียนโรงเรียนบ้านขามป้อม
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
ปัจจุบันการบริหารงานในองค์กรต่าง ๆเน้นให้มีการพัฒนาองค์กรอยู่เสมอ การพัฒนาองค์กรจะเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ต้องอาศัยการระดมความคิดมาจากฝ่ายต่าง ๆ การมีส่วนร่วมจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่สามารถทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะ หมวด 1 บททั่วไป ความมุ่งหมายและหลักการ มาตรา 6 การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ อย่างมีความสุข
(กระทรวงศึกษาธิการ, 2553, น. 3) จากบทบัญญัติที่กล่าวมา ผู้บริหารสถานศึกษาจึงต้องมีความตั้งใจ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาการศึกษาโดยเฉพาะหัวใจหลักของสถานศึกษาก็คือ ด้านบริหารงานที่ดีในฝ่ายต่าง ๆ นอกจากนี้ในมาตรา 8 ได้กล่าวไว้ว่า ต้องให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา มาตรา 9 ก็ได้กล่าวว่า ต้องมีการกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และต้องมีการระดมทรัพยากรจากแหล่งต่าง ๆ มาใช้ในการจัดการศึกษา (กระทรวงศึกษาธิการ, 2553, น. 4) และในมาตรา 40 ก็ยังได้กำหนดไว้ว่าต้องให้มีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสนับสนุน กิจการของสถานศึกษา(กระทรวงศึกษาธิการ, 2553, น. 15) ซึ่งการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานนั้น เป็นแนวคิดการบริหารที่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ ศ 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ ศ 2545 และ (ฉบับที่ 3) พ ศ 2553 โดยมีหลักการเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่ดีกับสถานศึกษา นอกจากนี้ยังเน้นการเข้ามามีส่วนรวมของบุคคลสำคัญอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนครู ผู้แทนองค์กรชุมชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนศิษย์เก่าของสถานศึกษา ผู้แทนพระภิกษุสงฆ์หรือผู้แทนองค์กรศาสนาอื่นในพื้นที่ และผู้ทรงคุณวุฒิ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2553, น. 12) โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่มักมีข้อจำกัดในการบริหารจัดการศึกษาที่มากเป็นพิเศษ โรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่จะประสบปัญหาไม่สามารถจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับโรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่ได้ ประกอบด้วยโรงเรียนแต่ละแห่งได้รับการจัดสรรงบประมาณ ค่าใช้จ่ายรายหัวนักเรียนตามจำนวนเด็ก ซึ่งการจัดสรรงบประมาณในลักษณะดังกล่าว ส่งผลให้โรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียนน้อยอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบ กล่าวคือ ได้รับงบประมาณน้อยกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ ที่มีจำนวนนักเรียนมากกว่า ส่งผลให้โรงเรียนขนาดเล็กขาด ทั้งอุปกรณ์ เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทำให้ประสิทธิภาพในการเรียนการสอนลดลง ปัญหาการขาดแคลนครูที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง โรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่อยู่ในชุมชนขนาดเล็ก ประชากรมีฐานะยากจนทำให้ไม่มีศักยภาพในการระดมทรัพยากร มาช่วยสนับสนุนการจัดการศึกษาให้กับโรงเรียน (สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา, 2559, น. 4)
การศึกษาแนวทางการบริหารตามแนวคิดโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน เพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาของโรงเรียนบ้านขามป้อม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 โดยการศึกษาและสังเคราะห์เอกสารที่เกี่ยวข้อง กับหลักการ แนวคิด และทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง กับการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน เพื่อใช้กำหนดกรอบแนวคิดการพัฒนาและแนวทางการบริหารโรงเรียน เพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาขนาดเล็ก
จากสภาพปัญหาดังกล่าวโรงเรียนบ้านขามป้อม จึงมีความสนใจที่จะพัฒนารูปแบบการบริหารขึ้น อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการการศึกษาให้เป็นโรงเรียนเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ ให้มีสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้ ความรู้ ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา จึงพัฒนารูปแบบการบริหารตามหลัก S - KHAMPOM MODEL โดยยึดหลักการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานผ่านแผนพัฒนา เป็นกลไกการขับเคลื่อนการพัฒนาทั้งระบบ โดยใช้การบริหารแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นฐานหลักการบริหาร ลงสู่ผู้เรียนและสถานศึกษา สร้างการเปลี่ยนแปลงของผู้เรียน ครู สถานศึกษา สังคมทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนการพัฒนารูปแบบบริหารที่เน้นการมีส่วนร่วมของนักเรียน ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่กระตุ้นความสนใจ และความมีส่วนร่วมของนักเรียน ในการเรียน การสอน ส่งผลให้พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การทำงานร่วมกัน และการแก้ปัญหา ในขณะเดียวกันยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในตนเองให้นักเรียน ทำให้สามารถเผชิญกับความท้าทายได้ดียิ่งขึ้น
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูได้รับการส่งเสริมในการพัฒนาตนเองและนวัตกรรมการสอน ผ่านการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ทั้งในการฝึกอบรม การแชร์ประสบการณ์ และการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการจัดการเรียน การสอน ซึ่งช่วยเพิ่มทักษะและความเชี่ยวชาญของครู ทำให้สามารถปรับวิธีการสอน ให้เหมาะสมกับความต้องการของนักเรียนและสภาพแวดล้อมตามบริบทของตนเองและท้องถิ่นต่างๆ
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : สถานศึกษามีการบริหารจัดการที่สนับสนุนการปลูกฝังคุณภาพผู้เรียนอย่างเป็นระบบ สถานมีการประกันคุณภาพที่เป็นระบบ มีการสร้างหลักสูตรและกิจกรรมที่มีความเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน ส่งผลให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อสถานศึกษา ซึ่งทำให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการศึกษามากขึ้น รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างโรงเรียนและชุมชน ทำให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้และพัฒนาทักษะชีวิตของทั้งนักเรียนและผู้ปกครอง
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : การพัฒนาโรงเรียนตามแนวทางนี้ไม่เพียงแต่มีผลดีต่อการเรียนรู้ของนักเรียนและการพัฒนาวิชาชีพของครู แต่ยังมีผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน โดยการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ช่วยเสริมสร้างความสามัคคีและความเข้มแข็งให้กับชุมชน ทั้งนี้ ชุมชนสามารถร่วมส่งเสริมสนับสนุนการศึกษา โดยการให้ทรัพยากรและมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าในสถานศึกษา
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการบริหารจัดการ
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]