ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โดยใช้กิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์บูรณาการSTEMศึกษา เป็นฐาน
ผู้พัฒนา นายชาคริต กากแก้ว
โรงเรียนโรงเรียนบ้านนาแก้วประชาสรรค์

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           การจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษาเป็นการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ ๔ สาขาวิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์(Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์(Mathematics) (สิรินภา กิจเกื้อกูล; ๒๕๕๘ น.๒๐๑-๒๐๒) มีจุดเด่นที่การนำกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม มาผนวกเข้ากับการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีที่อยู่ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทย กิจกรรมสะเต็มศึกษาเน้นการนำประเด็นหรือสถานการณ์ที่อยู่ใกล้ตัวนักเรียนอาจเป็นปัญหาเหตุการณ์ หรืออาชีพที่พบเห็นได้ในชุมชนมาเชื่อมโยงเข้ากับเนื้อหาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ สร้างโอกาสให้นักเรียนได้ใช้ความรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ที่ได้เรียนรู้ในชั้นเรียน และความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีหาวิธีการหรือพัฒนาชิ้นงานเพื่อแก้ปัญหาหรือสถานการณ์ที่ครูนำเสนอ การจัดการเรียนรู้แบบนี้ช่วยให้นักเรียนได้เห็นประโยชน์ของความรู้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่นักเรียนใช้ในชั้นเรียน อีกทั้งเป็นการฝึกความสามารถในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน อย่างไรก็ตาม เนื้อหาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และสถานการณ์ที่ครูกำหนดต้องสอดคล้องกับตัวชี้วัดในระดับชั้นที่นักเรียนศึกษาอยู่และต้องคำนึงถึงวิธีการเรียนรู้และความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียนในแต่ละวัย(เสกสรร สรรสรพิสุทธิ์, ๒๕๕๘) ซึ่งการผลักดันให้ สะเต็มศึกษาเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมแบบองค์รวมในโรงเรียนได้นั้น ผู้บริหารสถานศึกษาต้องเอาจริงเอาจัง ส่งเสริมให้ครูทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องมีความตระหนักถึงความสำคัญของสะเต็มศึกษา และต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสะเต็มศึกษา (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ๒๕๕๘; น.๓๘) ดังนั้นหากได้ให้นักเรียนฝึกกิจกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้กิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์บูรณาการ(STEM) เป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓ จะสามารถทำให้นักเรียนมีทักษะวิทยาศาสตร์(Science) เทคโนโลยี(Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และ คณิตศาสตร์ (Mathematics) ที่ดีขึ้นได้ ทั้งนี้ด้วยการพัฒนาความเป็นเลิศด้านคณิตศาสตร์เชื่อมโยงการจัดการเรียนรู้แบบ STEM Education โดยใช้กิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์บูรณาการ(STEM) เป็นฐานจะช่วยสนับสนุนให้นักเรียนเกิดการคิดที่หลากหลาย มีทักษะการแก้ปัญหา และความคิดสร้างสรรค์มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันภายในกลุ่ม และมีการยกย่องชมเชย สร้างแรงจูงใจและกำลังใจให้เกิดขึ้นภายในกลุ่ม ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนมีทักษะในการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ตลอดจนการได้เป็นผู้พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีความพร้อมที่จะเรียน ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และวิยาศาสตร์ในระดับชั้นที่สูงขึ้นต่อไป
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนนักเรียนมีทักษะทางคณิตศาสตร์ในการออกแบบและประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ นักเรียนมีทักษะในด้านวิทยาศาสตร์ (Science: S) เทคโนโลยี (Technology: T) วิศวกรรมศาสตร์(Engineer: E) และ คณิตศาสตร์(Mathematics: M) โดยใช้กิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์บูรณาการ(STEM)
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูมีความเชี่ยวชาญในการจัดการเรียนรู้อย่างครูมืออาชีพสามารถเป็นต้นแบบห้องเรียนคุณภาพได้ ครูมีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ครูพัฒนาการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : สถานศึกษามีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : โรงเรียนได้รับการยอมรับจากผู้เกี่ยวข้อง ผู้ปกครองมีความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอนของครู
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก