ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การพัฒนาการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์งานประดิษฐ์ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ผู้พัฒนา นางยุพิน ประเสริฐโส
โรงเรียนโรงเรียนบ้านขามใหญ่

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2552 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 หมวดที่ 4 มาตราที่ 22 กำหนดไว้ว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ และมาตราที่ 24 กำหนดไว้ว่า การจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ 1. จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล 2. ฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา 3. จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง การจัดการศึกษาดังกล่าวเป็นการส่งเสริมความสามารถของผู้เรียนที่ทำให้สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต เป็นการส่งเสริมให้เรียนรู้ด้วยสมอง ด้วยกาย ด้วยใจ สามารถสร้างองค์ความรู้ฝ่ายกระบวนการคิดด้วยตนเอง ผู้เรียนรู้จักเรียนรู้ในเรื่องที่สอดคล้องกับความสามารถและความต้องการของตนเอง และได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มศักยภาพ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2545, หน้า 97) จากสภาพปัญหาการจัดการเรียนการสอนวิชาการงานอาชีพ พบว่า นักเรียนขาดความสนใจแลไม่เห็นความสำคัญในการเรียน ไม่มีขั้นตอนการทำงาน ทำงานไม่เป็นระบบ นอกจากนี้ยังขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์และไม่มีวิสัยทัศน์ ในการทำงานและในกระบวนการเรียนการสอนขาดการฝึกให้นักเรียนลงมือปฏิบัติจริง ดังนั้นเพื่อให้นักเรียนเกิดทักษะในด้านต่างๆ ครูผู้สอนจึงจำเป็นต้องจัดกระบวนการเรียนรู้ให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ในสถานการณ์จริง เพื่อให้เกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ และรู้จักการแก้ไขปัญหา ดังนั้นครูผู้สอนจึงสนใจที่จะการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์งานประดิษฐ์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการได้ลงมือปฏิบัติจริง ด้วยตนเองตามขั้นตอน ทำให้เกิดการเรียนรู้มีทักษะปฏิบัติทางการเรียนรู้ที่สูงขึ้น และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งจะเป็นแนวทางในการพัฒนาผู้เรียนมีคุณภาพ มีสรรถนะสำคัญ ตามหลักสูตรที่สถานศึกษากำหนดต่อไป
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน1.นักเรียนมีทักษะในการประดิษฐ์และออกแบบงานศิลปะจากวัสดุธรรมชาติ 2.เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า 3. นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจในผลงานที่ตนเองสร้างขึ้น 4.นักเรียนได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม ฝึกทักษะการสื่อสาร และการแบ่งหน้าที่กันทำงาน และเห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น
ผลลัพธ์ต่อครู : 1.ครูมีโอกาสพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 2. ครูได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครูคนอื่น ๆ เกี่ยวกับการสอนเชิงนวัตกรรม 3. เกิดแรงจูงใจในการสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับท้องถิ่น 4. ช่วยส่งเสริมให้ครูได้ใช้ทักษะด้านการแนะแนวและการพัฒนาอาชีพ
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : 1.โรงเรียนมีผลงานนวัตกรรมที่แสดงถึงการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน 2.ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์โรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่โดดเด่นในชุมชน 3.ช่วยสร้างบรรยากาศของการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ และการมีส่วนร่วม 4. โรงเรียนมีสื่อและผลงานที่สามารถนำไปจัดแสดงในงานต่าง ๆ ได้
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : 1. ชุมชนเกิดความตระหนักถึงคุณค่าและประโยชน์ของไม้ไผ่ 2. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองหรือช่างฝีมือในท้องถิ่นในการถ่ายทอดความรู้ 3. ผลงานนวัตกรรมสามารถสร้างรายได้เสริมในครัวเรือน หากนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่าย 4. ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่นและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก