“การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้รูปแบบ NOKAIR MODEL ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน (Game-Based Learning)”
ผู้พัฒนา นางสาวแววมณี สำราญสุข
โรงเรียนโรงเรียนบ้านไผ่ใหญ่
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
การฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจอย่างถูกต้องอาศัยองค์ประกอบหลายๆอย่าง เช่นการฝึกซ้ำๆ ทบทวนบ่อยๆ จึงจะทำให้ผู้เรียน จำได้ ฟังเข้าใจ พูดอ่านเขียนได้ถูกต้อง คล่องแคล่ว และวิธีที่จะฝึกทักษะทางภาษาให้ได้ผลวิธีหนึ่ง คือสื่อการสอน บทเรียนสำเร็จรูป เนื่องจากสื่อการสอนเป็นส่วนประกอบที่สำคัญประการหนึ่งในการสอนภาษา ดังที่ ผลงานวิจัยของ วนิดา ดวงฤทธิ์ (2543:บทคัดย่อ) ที่พบว่า ผลของการใช้สื่อที่สร้างขึ้นตามความสนใจมีผลต่อการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษทำให้นักเรียนมี ผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น จากปัญหาและความสำคัญดังกล่าวผู้รายงานจึงสนใจที่จะศึกษาค้นคว้าและพัฒนาสื่อการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนทางด้าน การฟัง พูด อ่าน เขียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยมีความมุ่งหวังที่จะพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ในปัจจุบันภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่มีผู้ใช้กันแทบทั่วโลก เป็นภาษาสากลที่ใช้เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารทั้งการศึกษา การแสวงหาความรู้ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ตลอดจนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน เพระเป็นการศึกษารากฐาน ที่สำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาและการพัฒนาประเทศในทุกๆด้าน
คำศัพท์เป็นหน่วยพื้นฐานของภาษาที่สำคัญที่สุดสำหรับการสื่อสาร เพราะคำศัพท์เป็นหน่วยกำเนิดความหมาย ความคิด ความรู้สึก ความต้องการที่ผู้สื่อสารต้องการแสดงออกให้ผู้อื่นทราบ ในการเรียนและการสอนภาษาต่างประเทศ โดยทั่วไปเริ่มจากการสอนคำศัพท์ แต่สาระการสอนมักเน้นที่การสอนใช้ไวยากรณ์เป็นหลักในช่วง ๒ ทศวรรษที่ผ่านมา วงการสอนภาษาต่างประเทศได้ศึกษาค้นคว้าวิจัยด้านการเรียนการสอนคำศัพท์แพร่หลายมากขึ้น ทำให้เกิดแนวโน้มว่าการสอนคำศัพท์มีความสำคัญเทียบเท่ากับการสอนไวยากรณ์ ถ้าไม่มีความรู้ไวยากรณ์จะทำให้สื่อความหมายได้น้อยมาก แต่ถ้าไม่รู้คำศัพท์จะไม่สามารถสื่อความหมายได้เลย หมายความว่าการเรียนภาษาที่สองต้องมีความรู้ด้านคำศัพท์ที่เพียงพอเพื่อให้การสื่อสารจะสามารถเข้าใจและสื่อสารได้ เลยจัดการเรียนรู้แบบ Learning by Doing นั้นใช้กิจกรรมการเรียนการสอนแบบเชิงรุก หรือ กิจกรรม Activity เป็นหลักโดยการ “ลงมือปฎิบัติจริง หรือ Doing” ในทุกขั้นตอนของการเรียนรู้ เป็นการเรียนรู้ด้วยตนเองสามารถใช้เป็นกิจกรรมเดี่ยวในบางกิจกรรม แต่ส่วนใหญ่นิยมกิจกรรมกลุ่มที่เน้นให้เกิดการเรียนรู้แบบจำลอง ทำให้นักเรียนในกลุ่มเป็นผู้ลงมือปฏิบัติ ส่วนครูผู้สอนทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกในแต่ละกิจกรรมการเรียนรู้ที่นำมาใช้นี้ต้องมีประสิทธิภาพในการเรียนรู้ในเนื้อหาวิชานั้นๆ มีจุดมุ่งหมาย สนุกสนาน และมีความน่าสนใจดึงดูดให้ผู้เรียนสนใจกิจกรรม ไม่ซ้ำซากจนก่อให้เกิดความเบื่อหน่าย ดังนั้นครูจึงเป็น “นักออกแบบกิจกรรม Activity Designer” มืออาชีพ ที่สามารถ
“มองเห็นภาพกิจกรรม” ได้ทันที
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน1) นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจสามารถอ่านและเขียนคำศัพท์/ประโยคภาษาอังกฤษง่ายๆได้ด้วยตนเองมากขึ้น 2) นักเรียนมีทักษะการอ่านการเขียนและเกิดความเชื่อมั่นในการอ่านคำศัพท์/ประโยคภาษาอังกฤษ 3) นักเรียนทุกคนช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน ตลอดจนความร่วมมือทางการเรียนรู้ (Learning Team) 4) นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะ กระบวนการในการคิดและแก้ปัญหาในรูปแบบต่าง ๆ และ ลงมือปฏิบัติจริง 5) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีผลการทดสอบทางการศึกษา o-net สูงขึ้น ตามลำดับ 6) นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาภาษาอังกฤษ เปลี่ยนแนวคิดจาก “ฉันอ่านภาษาอังกฤษไม่ได้” เป็น “ฉันก็อ่านภาษาอังกฤษเป็น”
ผลลัพธ์ต่อครู : 1) ได้รู้สภาพปัญหาการเรียนการสอน / รู้นักเรียน / เนื้อหาที่สอน 2) พัฒนาเทคนิควิธีการ / สื่อ / นวัตกรรม เพื่อแก้ปัญหากิจกรรมการเรียนการสอน 3) นำเทคนิควิธีการ / สื่อ / นวัตกรรมไปใช้สอนจริงในห้องเรียน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : 1) มีทีมงานที่เข้มแข็งและมีเครือข่ายในโรงเรียนและนอกโรงเรียน 2) มีการประชุม ปรึกษาหารือ และร่วมกันแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ 3) มีการสนับสนุน นิเทศ ติดตามการดำเนินงานนวัตกรรมจากผู้บริหาร คณะครู
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : 1) ให้การสนับสนุน และให้ความร่วมมือกับโรงเรียน 2) สร้างเครือข่ายผู้ปกครอง ชุมชน ร่วมกับโรงเรียน
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]