การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษ (Phonics)โดยใช้ แบบฝึกทักษะ Short Vowel Sounds ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ผู้พัฒนา นางยุวลักษณ์ ศรีหาคลัง
โรงเรียนโรงเรียนบ้านแคน(สมเด็จอุปถัมภ์)
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
ทักษะการอ่านและทักษะการเขียนได้ถูกกำหนดให้เป็นทักษะการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 และ เป้าหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศได้กำหนดคุณภาพของผู้เรียนเมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ไว้ว่า “ผู้เรียนจะต้องสามารถอ่านออกเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ ประโยคง่าย ๆ และพูดเข้าจังหวะง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการอ่านและจะต้องสามารถบอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ และประโยคง่าย ๆ ของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย” (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551:192) จากผลการทดสอบนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียน พบว่า นักเรียนมีความสามารถในการอ่านและสะกดคำภาษาอังกฤษอยู่ในระดับต่ำ และจากการสังเกตพบว่า นักเรียนใช้การอ่านเป็นคำ (Sight Word) และอ่านคำโดยการจำ ซึ่งส่งผลให้นักเรียน มีปัญหาด้านการอ่านหลายประการ เช่น อ่านไม่ออก ถอดรหัสตัวอักษรให้เป็นเสียงไม่เป็น อ่านออกเสียง ไม่ชัดเห็นคำใหม่อ่านไม่ออก แยกพยางค์ไม่เป็น จึงมีความเห็นว่าในการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่านและสะกดคำภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ที่เรียนภาษาอังกฤษในระยะเริ่มต้นควรมีการจัดการเรียนการสอนโฟนิกส์ เนื่องจากเป็นการสอนการอ่านและการสะกดคำ ที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยเสียง (Phonemes) และตัวอักษร (Graphemes) มุ่งเน้นให้ผู้เรียนใช้ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยเสียงกับตัวอักษรเป็นตัวช่วยในการอ่านและเขียนคำ (Starrett, 2007: 16) การเรียนการสอนแบบโฟนิกส์ผลวิจัยพบตรงกันว่า การจัดการเรียนการสอนแบบโฟนิกส์มีประสิทธิผลในการพัฒนา
ความสามารถในการอ่านและการสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษา (สาเกต ทองเที่ยง, 2557; ชลลดา กัวหา, 2556; ลีลารัศม์ จาตุรพล, 2555; สุนันทา ปัญญารัตน์, 2554; Stuart, 1999: 578-605; Yeung, Siegel &Chan, 2012) เป็นหลักการถอดรหัสเสียงและการผสมเสียงตัวอักษร ผู้เรียนจะต้องเข้าใจเสียง ของตัวอักษร ต่างๆและออกเสียงเหล่านั้นให้ได้อย่างถูกต้องจึงจะสามารถผสมเสียงออกมาเป็นค่าได้ เช่น คำว่า cat จะสอนให้รู้จักตัว“c”จากเสียงของมันคือเสียง“” ตัว“a” เป็นเสียง“แอะ” และตัว “t” เป็นเสียง“ท” และผสมเสียงกันเป็น “ค-แอะ-ท แคท” (ดวงใจ ตั้งสง่า, 2555-2556)จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น ข้าพเจ้าจึงออกแบบสื่อนวัตกรรมพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียง สะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษ (Phonics) โดยใช้แบบฝึกทักษะ Short Vowel Sounds เพื่อแก้ปัญหา การอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษดังนั้น ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 256 ข้าพเจ้าได้มองเห็นปัญหาของนักเรียนระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 จึงได้จัดการเรียนรู้และจัดทำแบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงสะกดคำ (Phonics) โดยใช้แบบฝึกทักษะ Short Vowel Sounds เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีพื้นฐานด้านการอ่านและพัฒนา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนด้านความรู้ นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเรื่อง Alphabet ด้วยชุดฝึกแบบฝึกทักษะ Short Vowel Sounds ด้านทักษะ 1. นักเรียนมีทักษะการแก้ปัญหา เรื่อง Alphabet 2. นักเรียนมีทักษะการสื่อสารและการสื่อความหมายทางภาษาอังกฤษ เรื่อง Alphabet 3. นักเรียนมีทักษะการเชื่อมโยง เรื่อง Alphabet 4. นักเรียนมีทักษะการให้เหตุผล เรื่อง Alphabet 5. นักเรียนมีทักษะการคิดสร้างสรรค์ เรื่อง Alphabet ด้านคุณลักษณะ/เจตคติ นักเรียนมีเจตคติที่ดีในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง Alphabet ด้วยชุดฝึกแบบฝึกทักษะ Short Vowel Sounds ด้านสมรรถนะ 1. นักเรียนมีความสามารถในการสื่อสาร 2. นักเรียนมีความสามารถในการคิด 3. นักเรียนมีความสามารถในการแก้ปัญหา 4. นักเรียนมีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
ผลลัพธ์ต่อครู : 1 ครูมีนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ที่มีคุณภาพ 2 ครูสามารถแบ่งกลุ่มนักเรียนเพื่อนำไปพัฒนาได้ง่าย จากการทำกิจกรรมที่หลากหลาย
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : 1 โรงเรียนมีนวัตกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียน 2 โรงเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษสูงขึ้น
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : 1 ชุมชนมความพึงพอใจต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน 2 สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนกับชุมชนและผู้ปกครอง
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]