การจัดการเรียนรู้เชิงรุก PINIT Active Learning Model สู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์การสื่อสาร ภาษาอังกฤษของนักเรียน ม.1
ผู้พัฒนา นายพินิจ โคตรจันทร
โรงเรียนโรงเรียนบ้านหนองฮาง
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
จากการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยรวมของการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ขั้นพื้นฐาน (O
Net) ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 รายวิชาภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) พบว่า คะแนนเฉลี่ยต่ํากว่าวิชา
อื่นๆ โรงเรียนบ้านไผ่ใหญ่จึงได้เล็งเห็นถึงความสําคัญของวิธีการ/กระบวนการที่ทําให้สถานศึกษามีคะแนน
เฉลี่ยรวมสูงขึ้นดังกล่าว จึงมีแนวคิดว่าจะปรับปรุงและพัฒนาวิธีการ/กระบวนการ ดังกล่าวเพื่อเป็นแนวทาง
หรือวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศจนสามารถนํามาใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา
ระดับชาติขั้นพื้นฐานรายวิชาภาษาอังกฤษในปีการศึกษาต่อไป ดังนั้น โรงเรียนบ้านหนองฮาง จึงได้รวบรวม
เอกสารและจัดทํานวัตกรรมด้านการจัดการเรียนการสอนภายใต้ชื่อ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก PINIT Active
Learning Model สู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์การเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และนํามาใช้ในการ
จัดการเรียนการสอนเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเรื่องท้าทายสําหรับครูผู้สอนที่จะต้องพัฒนาการ
จัดการเรียนการสอนให้ได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพตามความสนใจและความถนัดของผู้เรียน สามารถต่อ
ยอดองค์ความรู้ได้ และมีวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย ตลอดจนสอดคล้องกับแนวคิดการจัดการ
เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางหนึ่งที่ส่งเสริมความสามารถการเรียนรู้
ของผู้เรียนที่ได้รับการยอมรับและนํามาใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก ( Active Learning)
การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ
ผู้เรียนได้มีส่วนร่วม และมีโอกาสลงมือฝึกปฏิบัติจริง และได้ใช้กระบวนการคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้เรียนได้กระทําลง
3
ไป (Bonwe l,๑๙๙๑) ซึ่งเป็นเทคนิคที่เหมาะสมสําหรับผู้เรียนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้และการ
สร้างนวัตกรรมผ่านการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติ (Learning by Doing) แบบ Active Learning โดย
ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนฝึกทักษะต่างๆ พร้อมกันในกิจกรรมเดียว ผ่านการแนะนําของครูผู้สอน
(Coaching) และหลักการเรียนรู้สมัยใหม่ “Teach Less, Learn More” (พิมพันธ์ เตชะคุปต์,๒๕๕๘) เน้น
ความมีส่วนร่วมและบทบาทในการเรียนรู้ของผู้เรียน ครอบคลุมวิธีการเรียนการสอนหลากหลายวิธีเช่น การ
เรียนรู้ด้วยการค้นพบ (Discovery Learning) การเรียนรู้จากกรณีปัญหา (Problem-Based Learning) การ
เรียนรู้จากการสืบค้น (Inquiry– Based Learning) และการเรียนรู้จากการทํากิจกรรม (Activity-Based
Learning) เป็นต้น ซึ่งวิธีการเหล่านี้มีพื้นฐานมาจากแนวคิดเดียวกัน คือ ให้ผู้เรียนสมารถสร้างองค์ความรู้ได้
ด้วยตนเอง ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความตื่นตัวและกระตือรือร้นค้านการรู้คิด (Cognitively Active) มากกว่าการ
ฟังผู้สอนในห้องเรียนและการท่องจําทําให้ได้การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสูง (วิจารณ์ พานิช, ๒๕๕๕)
จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น ผู้รายงาน จึงได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิง เพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน
การเขียนประโยคภาษาอังกฤษ วิชาภาษาอังกฤษ สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านหนองฮาง
นี้ขึ้น เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนให้สูงขึ้น ตลอดจนเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
ที่เหมาะสม และพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของผู้สอนให้มีประสิทธิภาพต่อไป
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนนักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาภาษาอังกฤษ เปลี่ยนแนวคิดจาก “ฉันอ่านภาษาอังกฤษไม่ได้” เป็น “ฉันก็อ่านภาษาอังกฤษเป็น
ผลลัพธ์ต่อครู : นําเทคนิควิธีการ / สื่อ / นวัตกรรมไปใช้สอนจริงในห้องเรียน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : มีการสนับสนุน นิเทศ ติดตามการดําเนินโครงการเป็นระยะจากผู้บริหาร คณะครู
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : ชุมชน สังคมเล็งเห็นและตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้โดยเฉาะ ภาษาอังกฤษให้กับ นักเรียน เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะในการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]