การพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใช้การนิเทศภายในแบบ PHAIYAI Model โรงเรียนบ้านไผ่ใหญ่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต ๑
ผู้พัฒนา นางสาวอมรพรรณ เกษทอง
โรงเรียนโรงเรียนบ้านไผ่ใหญ่
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
การพัฒนาคุณภาพศึกษาให้เกิดคุณภาพนั้น สิ่งหนึ่งที่เป็นคุณภาพของผู้เรียน ที่เชื่อมั่นว่าคุณภาพผู้เรียนจะเกิดได้และบรรลุหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๓ และมาตรฐานการเรียนรู้และ
ตัวชี้วัด (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) และหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ นั้น จะต้องมีกระบวนการสู่ความสำเร็จ มีองค์ประกอบและปัจจัยคือ คุณภาพของผู้เรียน ที่โรงเรียนต้องประกันคุณภาพต่อผู้ปกครอง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโรงเรียนว่าผู้เรียนจะต้องมีคุณภาพและมาตรฐานตามหลักสูตร มีทักษะที่ จำเป็นในศตวรรษที่ ๒๓ ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนจะต้องมีกระบวนการสู่ความสำเร็จในการพัฒนา ๓ กระบวนการ คือ กระบวนการบริหาร กระบวนการเรียนการสอน และกระบวนการนิเทศการศึกษา ซึ่งกระบวนการนิเทศการศึกษา เป็นภารกิจจำเป็นต่อการจัดการศึกษาที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคคลหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน บุคลากรที่เกี่ยวข้องในหน่วยงานจัดการศึกษา จำเป็นต้องพัฒนาและปรับปรุงตนเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการนิเทศการศึกษา เป็นกระบวนการที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยเหลือ ชี้แนะและพัฒนางานให้ประสบผลสำเร็จ ทันต่อสภาพการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อีกทั้งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเหลือสนับสนุนให้กระบวนการบริหาร และกระบวนการเรียนการสอนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของประเทศ ทั้งยังเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมระบบประกันคุณภาพการศึกษาที่ต้องพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ เพื่อเข้าสู่การปฏิรูปการศึกษาและการจัดการศึกษาในยุคประเทศไทย ๔.๐ ตลอดทั้งมาตรฐานการศึกษาของชาติที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีคุณภาพ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีทักษะวิชาการ ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต ทักษะการเป็นผู้นำ และทักษะการนำไปสู่การสร้างนวัตกรรม กระบวนการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานการนิเทศการศึกษาจึงมีความสำคัญต่อการพัฒนา ปรับปรุง และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการการศึกษาในสถานศึกษา เพื่อให้ผู้บริหารและครูผู้สอนมีความรู้ ความเข้าใจในด้านการบริหารจัดการด้านหลักสูตร การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการปฏิบัติงานอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ภายใต้กรอบนโยบายของพระราชบัญญัติการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2546 จะพบว่ากระบวนการปฏิรูปการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนสำคัญที่สุดนั้น จะต้องเริ่มจากการพัฒนาโดยโรงเรียน/ สถานศึกษา การพัฒนาศักยภาพของโรงเรียน สถานศึกษาจะประกอบด้วยปัจจัยที่หลากหลายองค์ประกอบที่สำคัญประการหนึ่งคือกระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษา ซึ่งเป็นกระบวนการเชิงบริหารเพื่อช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการจัดการศึกษาและการเรียนรู้เป็นฐานสำคัญ การบริหารที่เกิดจากความร่วมมือและยึดหลักความเสมอภาคและความเป็นประชาธิปไตยมีข้อปฏิบัติหรือข้อตกลงร่วมกัน ที่จะดำเนินงานให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่วางไว้ เป็นกลไกของการชี้นำให้ความช่วยเหลือ ควบคุม กำกับ ติดตาม ให้การปฏิรูปการเรียนรู้ภายในโรงเรียนก้าวไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องทุกคนต้องคิดทบทวนและแสวงหาแนวทางพัฒนา โดยการใช้การนิเทศภายในเป็นยุทธศาสตร์สำคัญควบคู่ไปกับการปฏิรูปการเรียนรู้ในโรงเรียน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดของการจัดการศึกษา
โรงเรียนบ้านไผ่ใหญ่ ได้ดำเนินการร่วมระดมความคิดในผลการประเมินตนเองตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ในปีที่ผ่านมา คือปีการศึกษา ๒๕๖๔ จากแผนการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพให้สูงขึ้น และสรุปจุดเด่นและจุดควรพัฒนา วิธีการพัฒนาที่คาดว่าจะนำมาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้นในปีต่อไปแล้วนั้น ได้กล่าวประเด็นการนิเทศไว้ว่า ให้มีการนิเทศ กำกับติดตามการจัดการเรียนการสอนที่เน้นกระบวนการคิด และลงมือปฏิบัติจริง อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง สะท้อนปัญหา ระดมความคิด เพื่อหาข้อเสนอแนะในการจัดทำแนวทางการดำเนินงานในปีต่อไป ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสภาพปัจจุบันโรงเรียนยังเป็นปัญหาและจำเป็นต้องพัฒนาการนิเทศอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง
สภาพปัจจุบันบุคลากรในโรงเรียนบ้านไผ่ใหญ่ได้รับคู่มือการนิเทศภายในโรงเรียนโดยใช้ห้องเรียน เป็นฐาน เพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๑ ดังนั้นการขับเคลื่อนการนิเทศจึงต้องดำเนินการร่วมมือกันให้เกิดเป็นระบบทั้งโรงเรียน ทั้งการดำเนินการนิเทศยังใช้เครื่องมือที่มีความแตกต่างกันของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ และระบบการจัดการของเวลาในการขับเคลื่อนยังไม่ชัดเจนทำให้ครูนิเทศและผู้รับการนิเทศไม่เกิดการพัฒนาครูจากการนิเทศเท่าที่ควร จึงปรับใช้รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษาเป็น “PHAIYAI Model”เพื่อการขับเคลื่อนการนิเทศให้เกิดคุณภาพแก่ครูและส่งผลต่อนักเรียน พร้อมทั้งเกิดแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนบ้านไผ่ใหญ่ต่อไป
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น จากการรายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา ซึ่งก่อให้เกิดการสร้างความรู้ความเข้าใจกับบุคลากรในโรงเรียน
ผลลัพธ์ต่อครู : 1.ครูทุกคนในทุกห้องเรียนได้รับการนิเทศ ๑๐๐ %ครูและบุคลากรนำหลักหลักสูตรสถานศึกษา มาออกแบบพัฒนาผู้เรียน ด้านอ่านออกเขียนได้ จัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อเทคโนโลยี เพื่อการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน ตามระดับคุณภาพ ดีมาก
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : โรงเรียนมีข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียน รอบด้าน มีระบบนิเทศภายในตามบริบทของโรงเรียน มีแผนและคู่มือการนิเทศตามบริบทของโรงเรียน มีการนิเทศครูทุกชั้นเรียน มีการสรุปและรายงานผลการนิเทศ มีผลการทดสอบคุณภาพผู้เรียนระดับประเทศทั้ง NT และ O-NET สูงขึ้น ผู้เรียนมีสมรรถนะและคุณลักษณะอันพึงประสงค์เป็นไปตามจุดเน้นของหลักสูตร และมีผลงานการปฏิบัติที่ดีของครูและนักเรียน
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : ชุมชนพึงพอใจในการพัฒนาที่ชัดเจน มีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการของชุมชน และเปิดโอกาสให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการนิเทศภายใน
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]