รูปแบบการจัดการเรียนรู้ STEAM Education เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรื่องซากดึกดำบรรพ์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5–6
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน1. นักเรียนมีพัฒนาการด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการตั้งคำถาม การตั้งสมมติฐาน การออกแบบการทดลอง และการวิเคราะห์ข้อมูล 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่ารูปแบบ STEAM ช่วยเสริมความเข้าใจเชิงลึกมากกว่าการเรียนแบบบรรยาย 3. นักเรียนสามารถอธิบายหลักฐานจากซากดึกดำบรรพ์โดยใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ไม่ตอบแบบท่องจำ 4. นักเรียนมีความกล้าแสดงออก ทำงานเป็นทีมได้ดี และสื่อสารเชิงวิชาการได้ดีขึ้น 5. เกิดแรงบันดาลใจและทัศนคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์
ผลลัพธ์ต่อครู : 1. ครูมีความสามารถในการออกแบบการเรียนรู้แบบ STEAM อย่างเป็นระบบ 2. ครูพัฒนาทักษะการใช้ Inquiry-Based Learning และ Engineering Design Process 3. ครูมีแนวทางการประเมินแบบ Authentic Assessment ที่หลากหลาย 4. ครูเปลี่ยนบทบาทจากผู้ถ่ายทอดความรู้ เป็นผู้อำนวยความสะดวกทางการเรียนรู้ 5. เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในรูปแบบ PLC ภายในโรงเรียน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : 1. โรงเรียนมีรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงนวัตกรรมที่เป็น Best Practice 2. ยกระดับคุณภาพผู้เรียนด้านสมรรถนะในศตวรรษที่ 21 3. สร้างภาพลักษณ์โรงเรียนด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 4. สามารถขยายผลสู่ระดับชั้นอื่นและรายวิชาอื่นได้
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : 1. ผู้ปกครองเข้าใจแนวทางการเรียนรู้แบบ STEAM มากขึ้น 2. ชุมชนมีส่วนร่วมสนับสนุนวัสดุท้องถิ่น เช่น ดิน ทราย ปูนปลาสเตอร์ 3. เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างโรงเรียนกับชุมชน 4. นักเรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้เรื่องธรณีวิทยากับบริบทท้องถิ่น
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]