การพัฒนาผลสัมฤทธิ์วิชาสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม เรื่องท้องถิ่นพอเพียงชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 โดยใช้กระบวนการห้องเรียนพอเพียงในศตวรรษที่ ๒๑
ผู้พัฒนา นายเอกรัตน์ วงศ์เคน
โรงเรียนโรงเรียนบ้านหนองเหล่า(ราษฎร์บำรุงวิทยาคาร)
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
โลกในยุคศตวรรษที่ 21 เป็นยุคที่ความรู้และข้อมูลข่าวสารมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาโดยเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เนื่องมาจากการใช้เทคโนโลยีเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ของทุกภูมิภาคของโลกเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดเครื่องมือที่หลากหลายในการเข้าถึงองค์ความรู้ต่างๆ ทั้งในเชิงวิชาการและในเชิงบันเทิง การพัฒนาเครื่องมือการเข้าถึงเนื้อหาดังกล่าว ส่งผลให้เยาวชนที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียนเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินชีวิตและการเรียนในแต่ละวัน ซึ่งแตกต่างไปจากเยาวชนในยุคก่อนอย่างมาก การพัฒนาประเทศสู่ความสมดุลและยั่งยืนจะต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนในประเทศ ให้เข้มแข็งพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคศตวรรษที่ 21 การศึกษาจึงจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยตามการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในตัวผู้เรียน หากการศึกษายังหลงติดอยู่กับสิ่งเดิมที่เคยใช้ได้ผลในยุคเก่า ย่อมจะส่งผลให้การเรียนรู้ของผู้เรียนไม่สอดคล้องกับโลกที่เป็นจริงทั้งในปัจจุบันและในอนาคตที่จะยิ่งเข้มข้นขึ้น ผู้เรียนจึงต้องมีทักษะการเรียนรู้ประกอบด้วยทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี และ ทักษะชีวิตและการทำงาน ดังนั้นการเตรียมคนเพื่อให้สามารถเรียนรู้และดำเนินชีวิตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกฝ่ายปรับตัวให้ได้อย่างเหมาะสม
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 หมวด 4 แนวการจัดการศึกษามาตรา 22 กำหนดไว้ว่า “การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ” (กระทรวงศึกษาธิการ,2545) และตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 กำหนดหลักการ ข้อ 3 ซึ่งกำหนดไว้ว่า “ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาและเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุด สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ (กระทรวงศึกษาธิการ,2545)
จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 หมวด 4 และการเปลี่ยนไปของโลกในศตวรรษที่ 21 จึงเป็นแนวคิดสะท้อนกลับสู่มุมมองความเป็นโรงเรียนบ้านหนองเหล่า(ราษฎร์บำรุงวิทยาคาร) ซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่ในชนบท สภาพแวดล้อมในชุมชนเป็นสังคมเกษตรกรรม นักเรียนส่วนใหญ่เป็นนักเรียนยากจน การเข้าถึงเทคโนโลยี สารสนเทศมีน้อย การจัดการเรียนรู้ในกลุ่มรายวิชาของสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ยังจำกัดอยู่แต่เพียงในห้องเรียน และความสำคัญของการเรียนการสอนยังคงให้ความสำคัญกับครูเป็นสำคัญ จึงสร้างความเบื่อหน่ายให้กับนักเรียน ในบางรายวิชาและผู้เรียนไม่สามารถก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงต่อสังคมภายนอก ในฐานะที่เป็นครูผู้สอนกลุ่มสาระวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมจึงได้มองเห็นปัญหา คิดหาแนวทางแก้ไขเพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการเรียนรู้ที่มีความหลากหลายและส่งเสริมผู้เรียนให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 หมวด 4 “การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ” จึงได้นำแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นหลักในการจัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการห้องเรียนพอเพียง เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จทางสังคมศึกษา และพัฒนากระบวนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ให้นักเรียนมีภูมิคุ้มกัน ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 21
การจัดการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับเนื้อหาในรายวิชาสังคมศึกษาในชีวิตประจำวันได้โดยปลูกฝังให้ผู้เรียนสามารถปรับตนเองกับบริบทสภาพแวดล้อมเป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ มีความรู้ ทักษะ คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสมได้ ซึ่งสามารถสรุปได้จากการสังเคราะห์กระบวนการจัดการเรียนรู้ จากหน่วยงาน นักวิชาการ และนักการศึกษา ซึ่งสามารถส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ได้ว่าความพอประมาณกับ ภูมิสังคม สอดคล้องกับความต้องการ/ความจำเป็นของสถานศึกษาและคนในชุมชน เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ สภาพแวดล้อม ความคิด ความเชื่อและวิถีชีวิตในมิติทักษะความยืดหยุ่นและการปรับตัว (Flexibility and Adaptability) ทักษะทางสังคมและข้ามวัฒนธรรม (Social and Cross-Cultural Skills)ทักษะชีวิตและอาชีพ (Lifeand Career Skill) ให้เข้ากับบริบทที่ผู้เรียนอยู่ โดยประกอบด้วย 3 R ได้แก่ Reading (การอ่าน), การเขียน(Writing)และ คณิตศาสตร์ (Arithmetic) เพื่อนำมาใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันในสังคม
ความมีภูมิคุ้มกันที่ดี โดยการวางแผนกิจกรรมที่ได้คำนึงถึงความเสี่ยงในการดำเนินกิจกรรมหรือโครงการ โดยมีข้อเสนอทางเลือก หากมีการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในมิติทักษะริเริ่มและชี้นำตนเอง(Initative and Self-Direction)ทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)ทักษะทักษะสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี (Information, Media and Technology Skills) ความคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)โดยประกอบด้วย2Ls คือ 1) Learning Skill (ทักษะการเรียนรู้)และ 2) Leadership (ภาวะผู้นำ)ในการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในอนาคตของตัวผู้เรียนเอง
ความรู้และคุณธรรมของผู้เรียนโดยต้องส่งเสริมความรอบรู้จากการเปิดโอกาสให้มีการพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ส่งเสริมคุณธรรม เช่น ระเบียบวินัย สัมมาคารวะ ซื่อสัตย์สุจริต กตัญญูกตเวที ขยันหมั่นเพียร อดทน สนใจใฝ่รู้ และจิตสำนึกในการท าคุณประโยชน์เพื่อส่วนรวมในมิติทักษะความสามารถในการผลิตและพันธะรับผิดชอบ (Productivity and Accountability)ในสังคมร่วมกันเพื่อความผาสุก
จากแนวทางข้างต้นสามารถสรุปข้อเสนอแนะในการจัดการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้ดังนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (2553: 10) ได้เสนอแนะการจัดการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่
1.ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน กำหนดสำเหตุของปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ที่ได้ทำการศึกษาในเรื่องต่างๆ
2.ขั้นกิจกรรม ให้ผู้เรียนช่วยกันตอบคำถามเกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่นำมาใช้ในการบริหารจัดการ
3.ขั้นนำไปใช้ การประยุกต์และปลุกจิตสำนึกเบื้องต้นแก่ผู้เรียนโดยจะต้องยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการปฏิบัติ
4.ขั้นสรุป การนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ประเทศชาติก้าวหน้าไปอย่างสมดุล มั่นคงและยั่งยืน
โรงเรียนบ้านหนองเหล่า(ราษฎร์บำรุงวิทยาคาร) เป็นโรงเรียนที่อยู่ในชนบท สภาพแวดล้อมในชุมชนเป็นสังคมเกษตรกรรม นักเรียนส่วนใหญ่เป็นนักเรียนยากจน การเข้าถึงเทคโนโลยี สารสนเทศ มีน้อยจึงทำให้บรรยากาศในการจัดการเรียนการสอน การเรียนรู้ของนักเรียนและผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนบางคนที่เก่งแต่ขาดความเอาใจใส่และกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามเนื้อหาสาระ ข้าพเจ้าจึงได้นำกระบวนการห้องเรียนพอเพียง มาปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอน โดยใช้หลักการทรงงาน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้กับกระบวนการเรียนการสอนนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 โรงเรียนบ้านหนองเหล่า(ราษฎร์บำรุงวิทยาคาร) โดยระดับที่ข้าพเจ้าปฏิบัติการสอน คือรายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ซึ่งกลุ่มรายวิชาดังกล่าวเป็นวิชาที่อาศัยหลักการท่องจำและเนื้อหาที่มากเกินทำความเข้าใจ จึงได้นำหลักกระบวนการห้องเรียนพอเพียง มาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับบุคลิกภาพที่มีความเป็นตัวของตัวเองในความเป็นนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองเหล่า(ราษฎร์บำรุงวิทยาคาร)
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนนักเรียนตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาเล่าเรียน การพัฒนาตนเองด้านวิชาการและให้ความร่วมมือในการฝึกฝนตนเองให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความร่วมมือในการเรียนรู้ตามกระบวนการที่ครูผู้สอนวางแผนใช้ในการเรียนการสอน
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูผู้สอนให้ความสนใจผู้เรียนอย่างต่อเนื่องและส่งเสริมผู้เรียนสู่การเรียนรู้ที่ประสบความสำเร็จ
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน :
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชน มีความพึงพอใจต่อการ จัดการเรียนรู้โดยใช้ใช้กระบวนการห้องเรียนพอเพียงในศตวรรษที่ ๒๑ส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้และมีทักษะอาชีพ ชุมชนมีภูมิคุ้มกันในตัวเองที่ดีขึ้น ที่ส่งผลต่อการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงคุณภาพการศึกษา
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]