การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนบ้านขามใหญ่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๑ โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความ
ผู้พัฒนา นางอนงค์ ฟ้องเสียง
โรงเรียนโรงเรียนบ้านขามใหญ่
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
การจัดการเรียนการสอนตามจุดหมายของการปฏิรูปการเรียนรู้ศตวรรษที่ 21 และเป้าหมาย การเรียนรู้มีจุดมุ่งหมายสำคัญ คือการฝึกฝนให้ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดและมีทักษะการเรียนรู้ที่สำคัญและจำเป็นสำหรับการศึกษาตลอดชีวิต เช่น ทักษะการอ่านออก ทักษะด้านการคิดอย่างมี วิจารณญาณและทักษะการแก้ปัญหา คุณสมบัติหรือทักษะที่สำคัญ คือ 3R&8C สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กำหนดให้การอ่านคิดวิเคราะห์ และการเขียน เป็นเงื่อนไขสำคัญประการหนึ่งที่ผู้เรียนทุกคนจะต้องได้รับการประเมินผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด จึงจะได้รับการตัดสินให้ผ่านการศึกษาแต่ละระดับชั้นและมีขอบเขตในการประเมินคือ การอ่านจากสื่อ สิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ให้ข้อมูลสารสนเทศความรู้ ประสบการณ์ แนวคิดทฤษฎี รวมทั้งความ งดงามทางภาษาที่เอื้อให้ผู้อ่านวิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์แสดงความคิดเห็น โต้แย้งหรือสนับสนุน ทำนาย คาดการณ์ ตลอดจนประยุกต์ใช้ในการตัดสินใจแก้ปัญหา และถ่ายทอดเป็นข้อเขียน เขียนเชิงสร้างสรรค์ รายงาน บทความทางวิชาการอย่างถูกต้องตามหลักวิชา เช่น อ่านบทความวิชาการ การอ่านวรรณกรรม ประเภทต่าง ๆ สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กำหนดให้ การอ่านคิดวิเคราะห์ และการเขียน เป็นเงื่อนไขสำคัญประการหนึ่งที่ผู้เรียนทุกคนจะต้องได้รับการ ประเมินผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดจึงจะได้รับการตัดสินให้ผ่านการศึกษาแต่ละระดับชั้น และมีขอบเขตในการประเมินคือ การอ่านจากสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่ให้ข้อมูลสารสนเทศ ความรู้ประสบการณ์ แนวคิดทฤษฎี รวมทั้งความงดงามทางภาษาที่เอื้อให้ผู้อ่านวิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์แสดงความคิดเห็นโต้แย้งหรือสนับสนุน ทำนาย คาดการณ์ ตลอดจนประยุกต์ใช้ในการตัดสินใจแก้ปัญหาและถ่ายทอดเป็นข้อเขียน เขียนเชิงสร้างสรรค์ รายงาน บทความทางวิชาการอย่างถูกต้องตามหลักวิชา เช่น อ่านบทความวิชาการ การอ่านวรรณกรรมประเภทต่าง ๆ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551)
โรงเรียนบ้านขามใหญ่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๑ เป็นโรงเรียนขยายโอกาส เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 2 – มัธยมศึกษาปีที่ 3 จากการศึกษาสภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการสอนภาษาไทย พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ มีนักเรียนที่ขาดทักษะการอ่านจับใจความอยู่จำนวนมาก ซึ่งส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ครูผู้สอนจึงจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจในบทเรียนได้ดีขึ้น เพราะแบบฝึกเสริมทักษะ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการสอนภาษา
การอ่านจับใจความสำคัญมีเทคนิคที่หลากหลายที่ช่วยให้สามารถอ่านและจับใจความที่ในเนื้อความที่อ่าน ทั้งนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานได้เล็งเห็นความสำคัญในการอ่านมีเป้าหมายในการพัฒนาเพื่อมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถในการอ่านจับใจความ โดยเทคนิคบันได 6 ขั้น ถือเป็นหนึ่งเทคนิคที่ใช้ในการส่งเสริมและพัฒนาการอ่านจับใจความ ประกอบด้วย บันไดขั้นที่ 1 คือ การอ่านเรื่องให้จบแล้วตั้งคำถาม, บันไดขั้นที่ 2 คือ การหาคำสำคัญ, บันไดขั้นที่ 3 คือ การตัดส่วนขยายใจความ, บันไดขั้นที่ 4 คือ การเติมคำเชื่อมเพื่อตัดส่วนขยายใจความ, บันไดขั้นที่ 5 คือ การหาคำแสดงความขัดแย้ง และบันได ขั้นที่ 6 คือ การจับใจความสำคัญได้ทุกบทอ่าน (สถาบันภาษาไทย สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, 2564) การอ่านจับใจความ โดยใช้เทคนิคบันได 6 ขั้น จึงถือเป็นการต่อยอดความสามารถของนักเรียนให้มีเทคนิคที่หลากหลายและสามารถนำแต่ละเทคนิคมาใช้ในการจับใจความสำคัญโดยพิจารณาจากบริบทสถานการณ์ เนื้อความ ที่ปรากฏในบทอ่าน เพื่อใช้เทคนิคดังกล่าวในการแก้ปัญหาการอ่านจับใจความสำคัญ และ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ใน มาตรา 24 (3) และ (5) ได้กล่าวถึงกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรม ให้ผู้เรียนรักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัด บรรยากาศ สภาพแวดล้อม ออกแบบสื่อการเรียนรู้เพื่ออํานวยความสะดวกให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้รอบด้าน (กระทรวงศึกษาธิการ, 2546) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนานักเรียนด้านการอ่าน จับใจความผ่านสื่อการสอน การฝึกทักษะย่อมพัฒนานักเรียนให้เกิดความเชี่ยวชาญในการ อ่านจับใจความ และสามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการอ่านมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้
ปัจจุบันนี้คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่มีนิสัยรักการอ่านและไม่รู้จักใช้การอ่านเพื่อพัฒนาจิตใจของตนเอง โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนการอ่านยังเกิดขึ้นน้อย ซึ่งพบว่าในแต่ละปีมีการอ่านหนังสือเฉลี่ยไม่เกิน 8 บรรทัด ถ้าหากนำตัวเลขนี้ ไปเปรียบเทียบกับประเทศที่เจริญแล้วอัตราส่วน การอ่านยังห่างกันอยู่มาก ซึ่งส่งผลให้ความเจริญก้าวหน้าของประเทศและการประดิษฐ์คิดค้น ผลงานใหม่ๆ จึงห่างเขาอยู่หลายเท่าตัว ส่วนนี้จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานจัดการศึกษาทุกภาคส่วน ที่จะต้องหาวิธีการร่วมกันสร้างนิสัยให้เด็กและเยาวชนมีนิสัยรักการอ่านอย่างถาวรเกิดขึ้นให้ได้ (สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 3, 2550 : บทนำ)
จากการศึกษาปัญหาและผลการวิจัยต่าง ๆ ทำให้ผู้ศึกษาค้นคว้าเห็นว่า แบบฝึกทักษะ เป็นแบบฝึก ที่สามารถช่วยส่งเสริมทักษะการเรียนภาษาไทย โดยเฉพาะทักษะการอ่าน เพื่อให้นักเรียน ได้ฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง ส่งผลให้นักเรียนมีทักษะการอ่านและมีผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้น เนื่องจากแบบฝึกทักษะ ประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย และน่าสนใจ อันจะนำมาใช้เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกฝนปฏิบัติเพิ่มมากขึ้น และเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนให้เกิดความคล่องแคล่ว ความชำนาญ ตลอดจน เกิดความแม่นยำในการอ่าน ซึ่งเป็นไปโดยอัตโนมัติ ด้วยการทบทวนเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ ที่เรียน ดังนั้น แบบฝึกเสริมทักษะจึงมีความจำเป็นต่อการจัดการเรียนรู้และสามารถช่วยให้ผู้เรียนได้แก้ไขข้อบกพร่อง ทางการเรียนด้านการอ่านจับใจความสำคัญด้วยการฝึกปฏิบัติบ่อย ๆ จนเกิดความชำนาญ
ในสภาวะปัจจุบัน การจัดการเรียนการสอนเรื่อง การอ่านจับใจความ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ ๒ โรงเรียนบ้านขามใหญ่ ยังไม่บรรลุมาตรฐาน/ตัวชี้วัด จากประสบการณ์ที่ผ่านมา นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านคล่อง ร้อยละ 20 อยู่ในระดับปรับปรุง ทำให้คุณครูผู้สอนซึ่งเป็นครูผู้สอนวิชาภาษาไทย จึงมีความสนใจในการแก้ปัญหาการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนบ้านขามใหญ่ โดยใช้แบบฝีกทักษะการอ่านจับใจความ จำนวน ๓ ชุด ที่ได้จัดทำขึ้น
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนนวัตกรรมการอ่านจับใจความมีผลอย่างมากในการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนในหลากหลายด้าน ไม่เพียงแต่ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมทักษะการคิด การเรียนรู้ และพัฒนาด้านอื่นๆ ทักษะการอ่านจับใจความเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ด้วยตนเอง นักเรียนสามารถแสวงหาความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งต่างๆ ได้ด้วยตนเอง และทำความเข้าใจเนื้อหาในตำราเรียนหรือแหล่งเรียนรู้อื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะส่งผลให้การเรียนรู้ในภาพรวมดีขึ้น ส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพในการทํางาน ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียน ส่งผลให้นักเรียนเรียนรู้อื่นๆ และได้รับประโยชน์จากสิ่งที่อ่าน ก็จะเกิดความสนุกและสนใจในการอ่านมากยิ่งขึ้น
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูมีนวัตกรรม “นวัตกรรมการอ่านจับใจความ” ในรายวิชา ภาษาไทย ไม่เพียงแต่ยกระดับความสามารถของนักเรียนเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ครูเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และมีความสุขกับการสอนมากยิ่งขึ้นการที่ครูให้ความสนใจและพัฒนานวัตกรรมเพื่อช่วยเหลือนักเรียน จะสร้างความรู้สึกที่ดีและความไว้วางใจระหว่างครูและนักเรียนนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้มีคุณภาพได้อย่างยั่งยืน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : จากการดำเนินการพัฒนานวัตกรรม เรื่อง “นวัตกรรมการอ่านจับใจความ” ในรายวิชาภาษาไทย การทำนวัตกรรมการอ่านจับใจความไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประโยชน์ที่เกิดกับนักเรียนและครูเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อภาพรวมของโรงเรียนในหลายมิติ ทั้งด้านคุณภาพการเรียนการสอน ชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ การพัฒนาบุคลากร และการบริหารจัดการ ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในที่สุด เมื่อนักเรียนมีทักษะการอ่านจับใจความที่ดีขึ้น จะส่งผลให้มีความเข้าใจในเนื้อหาบทเรียนต่างๆ ได้ดีขึ้น และนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้นในทุกกลุ่มสาระวิชา ส่งผลให้โรงเรียน้บานขามใหญ่มีนวัตกรรมที่มีแนวทางปฏิบัติที่ดีในการนําแนวคิดการจัดการเรียนรู้ และพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะตามหลักสูตรและทักษะที่จําเป็นในศตวรรษที่ ๒๑
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : โรงเรียนที่พัฒนานวัตกรรมการอ่านจับใจความ อาจเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้สำหรับชุมชน โดยอาจมีการจัดกิจกรรมหรือโครงการที่ส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ให้กับประชาชนทั่วไป ประชาชนที่มีความรู้ความเข้าใจในข้อมูลต่างๆ จะสามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนที่มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถร่วมมือกันพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งและน่าอยู่ การทำนวัตกรรมการอ่านจับใจความในโรงเรียนมีผลกระทบที่กว้างขวางต่อชุมชน ไม่เพียงแต่เป็นการพัฒนาเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืนในระยะยาว
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]