การจัดการเรียนรู้แบบ active learning เพื่อพัฒนาทักษะการคิด เรื่อง ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของฉัน โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 Fs Step Model ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ผู้พัฒนา นางสาวทิพย์สุดา พันธ์กว้าง
โรงเรียนโรงเรียนบ้านด้ามพร้า
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่าทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ ปัจจุบันสังคมโลกมี การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม จะช่วยให้ผู้เรียนเป็นผู้ที่สามารถปรับตัวแล้วดำเนินชีวิตในสังคมแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ และสามารถอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข การศึกษาเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เป็นการศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ บุคคลสำคัญในอดีต ที่เป็นตัวอย่างที่ดีในการพัฒนาตนเอง สังคม และประเทศชาติ จึงเป็นเรื่องสำคัญในการช่วยให้นักเรียนรู้เรื่องราวหรือเหตุการณ์ในอดีต และสามารถใช้การคิดวิเคราะห์เหตุการณ์เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาปัจจุบันและพัฒนาอนาคตได้ โดยใช้กระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Active Learning) เพื่อให้ผู้เรียนมีการเรียนรู้ที่คงทนและได้รับความรู้จากการทำกิจกรรมการเรียนการสอน สามารถคิด วิเคราะห์ นำเอาแบบอย่างที่ดีของบุคคลสำคัญในอดีต มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และพัฒนาตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ สภาพการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ในบทเรียนพบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านด้ามพร้า มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับต่ำ นักเรียนสามารถทำใบงานหรือทำกิจกรรมการเรียนรู้อื่น ๆ ได้ แต่บางครั้งไม่สามารถตอบคำถาม ไม่สามารถทำ แบบทดสอบ และไม่สามารถใช้กระบวนการคิดในการวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ได้ ซึ่งเมื่อให้ทำแบบทดสอบผลปรากฏว่า นักเรียนร้อยละ 70 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ สาเหตุอาจเกิดจาก การจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนที่เน้นครูเป็นศูนย์กลาง โดยนักเรียนเป็นผู้รับหรือมีกิจกรรมการเรียนรู้ของ ครูผู้สอนที่ผู้เรียนยังไม่ได้ลงมือปฏิบัติได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตามกระบวนการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 ดังนั้นครูผู้สอนจึงควรปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สามารถทำให้นักเรียนเกิด ความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนใน รายวิชาสูงขึ้นด้วยการให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติอย่างเต็มความสามารถ
จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนด้วยวิธีการแบบกลุ่ม ร่วมมือหรือร่วมมือกันเรียนรู้กันนั้นมีหลายรูปแบบ ได้แก่ รูปแบบ Group Investigation (GI), รูปแบบ Jigsaw, กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) เป็นต้น ซึ่งการสอนด้วยวิธีการเรียนแบบกลุ่มร่วมมือหรือร่วมมือกันเรียนรู ้แต่ละ รูปแบบมีความเหมาะสมในด้านเนื้อหา และวิธีการสอนที่แตกต่างกัน ผู้สอนจึงสนใจที่จะนำการสอนด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน แนวคิด 5 Fs Step Model มาใช้สอนในรายวิชาประวัติศาสตร์ เนื่องจากการใช้เทคนิค กระบวนการสอนแบบกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน แนวคิด 5 Fs Step Model นี้ เป็นกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ นักเรียนได้ศึกษาเรียนรู้เนื้อหาในบทเรียนด้วยตนเองกับเพื่อนในชั้นเรียน ในการทำ กิจกรรมกลุ่ม มีการแสดงความคิดเห็นและช่วยกันหาคำตอบของคำถามที่ครูผู้สอนได้กำหนด และคำถามที่ กลุ่มตัวเองตั้งขึ้นมา ทำให้ผู้เรียนแต่ละคนเกิดความเข้าใจกับเนื้อหาและได้รับความรู้อย่างเท่าเทียมกันทุกคน ทั้งยังส่งผลให้ผู้เรียนรู้จักทักษะการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะกับผู้อื่น มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมห้อง เมื่อถึงเวลาทำแบบทดสอบเป็นรายบุคคลก็สามารถทำผลคะแนนได้มากขึ้น ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนรู้ในเรื่องนี้สูงขึ้นอีกด้วย ผู้สอนจึงเห็นว่าการสอนด้วยวิธีการเรียนรู้แบบกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน แนวคิด 5 Fs Step Model จะเป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดความรู้และความเข้าใจในเนื้อหา เรื่อง การศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของท้องถิ่นตนเอง
จากปัญหาดังกล่าวข้าพเจ้าจึงได้คิดค้น นวัตกรรมการสอนเพื่อพัฒนาทักษะการคิด ในเรื่อง การศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของฉัน ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน รูปแบบแนวคิด 5 Fs Step Model ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านด้ามพร้า เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์และรายวิชาอื่นๆได้สูงขึ้น และพัฒนาทักษะการคิดเพื่อส่งเสริมความรัก ความภาคภูมิใจในจังหวัดอุบลราชธานี และส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีของจังหวัดอย่างยั่งยืน
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน1.พัฒนาทักษะการคิด: นักเรียนจะสามารถพัฒนาทักษะการคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.การคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking): นักเรียนจะสามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ได้ดีขึ้น และสามารถใช้ความรู้ในการแก้ปัญหาในชีวิตจริงได้ 3.การมีส่วนร่วมในการเรียนรู้: นักเรียนจะมีการมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นในการเรียนการสอน โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย การลงมือฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง การทำกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน ทำให้เกิดการอภิปรายและการทำงาน ซึ่งเสริมสร้างการเรียนรู้ร่วมกัน 4.ความมั่นใจในการเรียนรู้: นักเรียนได้เรียนรู้ประวัติความเป็นมาของท้องถิ่นของตนเอง และนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ถูกต้อง 5.การพัฒนาทักษะการสะท้อนผล: นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์ที่สูงขึ้น สามารถสะท้อนความรู้และพัฒนาความเข้าใจในการเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้นผ่านการให้ข้อเสนอแนะจากเพื่อนร่วมชั้นเรียนและครู
ผลลัพธ์ต่อครู : 1.การพัฒนาทักษะในการจัดการเรียนการสอน: ครูจะสามารถพัฒนาทักษะในการใช้ Active Learning และใช้นวัตกรรม เพื่อพัฒนาทักษะการคิด เรื่อง ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของฉัน โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 Fs Step Model ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพและมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 2.การส่งเสริมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม: ครูจะสามารถสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ที่กระตุ้นให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ ทำให้การเรียนการสอนเป็นการเรียนรู้ร่วมกัน 3.การพัฒนาผู้เรียนในมุมมองที่หลากหลาย: ครูจะได้รับข้อมูลและข้อเสนอแนะจากนักเรียน เพื่อปรับปรุงวิธีการสอนและช่วยสนับสนุนการพัฒนาทักษะการคิด ของนักเรียนในทุกด้าน 4.การพัฒนาทักษะการประเมินผล:ครูจะสามารถประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนได้จากการสะท้อนความคิดเห็นและผลการประเมินในรูปแบบที่มีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : 1.การพัฒนาแผนการสอนที่มีประสิทธิภาพ: โรงเรียนจะสามารถใช้แนวคิดการจัดการเรียนการสอน Active Learning และนวัตกรรม การจัดการเรียนรู้แบบ active learning เพื่อพัฒนาทักษะการคิด เรื่อง ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของฉัน โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 Fs Step Model ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เพื่อพัฒนาแผนการสอนที่สามารถรองรับการพัฒนาทักษะการคิดของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.การพัฒนาการเรียนการสอนในระดับระบบ: การใช้แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้โรงเรียนมีการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาทักษะการคิด ที่มีประสิทธิภาพในระดับโรงเรียน 3.การสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เปิดกว้าง: โรงเรียนจะสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน การมีส่วนร่วมจากทั้งครูและนักเรียน ซึ่งส่งผลดีต่อการพัฒนาองค์กรการศึกษา 4.ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดีขึ้น: การนำแนวคิด และ นวัตกรรมการเรียนรู้นี้ไปใช้ จะช่วยเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนในรายวิชาประวัติศาสตร์ และด้านการคิดของนักเรียนให้สูงขึ้น
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : 1.การส่งเสริมการเรียนรู้ในระดับชุมชน: ชุมชนจะมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนผ่านการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอคิด เช่น การจัดเวิร์คช็อป การนำเสนอข้อมูลในลักษณะกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาทักษะการคิด 2.การพัฒนาแรงสนับสนุนจากผู้ปกครอง: การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชนในการพัฒนาแนวทางการเรียนรู้จะช่วยให้เกิดการสนับสนุนจากทั้งครอบครัวและชุมชนในการพัฒนาทักษะการคิดของนักเรียน 3.การสร้างความตระหนักในทักษะที่สำคัญ: ชุมชนจะตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาทักษะการคิดที่จำเป็นสำหรับการประสบความสำเร็จในโลกยุคใหม่และการพัฒนาสังคมที่มีความรู้ 5.การพัฒนาแนวทางการเรียนรู้ร่วมกัน: การใช้แนวคิดการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning อาจช่วยให้ชุมชนสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิด ของนักเรียนที่มีประสิทธิภาพในทุกระดับ
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]