กิจกรรมร้อยเชือกสร้างรูปแบบกระตุ้นพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญาในเด็กปฐมวัย สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนบ้านคูขาด(ศรีวิทยาคาร) อำเภอเขื่องใน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1
ผู้พัฒนา นางพรเพ็ญ วิชาผง
โรงเรียนโรงเรียนบ้านคูขาด(ศรีวิทยาคาร)
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติกล่าวว่า ช่วงเวลาที่สำคัญและจำเป็นที่สุดของการพัฒนาสมอง คือช่วงเวลา 5 ปีแรกของชีวิต หรือช่วงเด็กปฐมวัยเพราะถือว่าเป็นช่วงอายุที่มีอัตราของ พัฒนาการสูงสุด เป็นจังหวะทองของการวางรากฐานการพัฒนาความเจริญเติบโตในทุกด้านฉะนั้นถ้าเด็กได้รับการเลี้ยงดูที่ดีและถูกต้องตามหลักจิตวิทยาและหลักวิชาการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เด็กก็จะพัฒนาได้เต็มตามศักยภาพ ในทางตรงข้ามหากเด็กไม่ได้รับการเลี้ยงดูและพัฒนาอย่างถูกต้องในช่วงเวลานี้เมื่อพ้นวัยนี้
ไปแล้ว โอกาสทองเช่นนี้ก็จะไม่หวนกลับคืนมาอีกการจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยจึงเป็นการจัดการศึกษาที่มีลักษณะเฉพาะแตกต่างจากการจัดการศึกษาในระดับอื่น เพราะอยู่ในช่วงพลังแห่งการเรียนรู้ซึ่งเป็นรากฐานแห่งการพัฒนาศักยภาพทั้งด้านร่างกายอารมณ์ จิตใจ สงคม และสติปัญญาการจัดการศึกษาให้กับเด็กระดับนี้จึงควรส่งเสริมให้เด็กมีชีวิตการเรียนรู้เต็มที่การเรียนรู้ควรอยู่ที่ตัวเด็กเป็นผู้สรรค์สร้างความรู้ขึ้นด้วยตนเอง เด็กลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง (สิริมา ภิญโญอนันตพงษ์, 2557: 12)
เด็กปฐมวัยเป็นวัยที่กล้ามเนื้อยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่ความสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะมือและตายังไม่ดี ตายังมองเห็นสิ่งของเล็ก ๆ ได้ไม่ชัดเจน จึงไม่พร้อมทำงานที่มีรายละเอียดกระดูกยังอ่อนอาจโค้งงอเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ดังนั้นการพัฒนาด้านร่างกายสำหรับเด็กปฐมวัยจึงมี ความสำคัญอย่างยิ่งการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก ซึ่งในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560 ได้กำหนดคุณลักษณะของเด็กปฐมวัยว่ากล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและประสานกัน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยเพราะจะส่งผลต่อความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว ยิ่งเด็กได้มีโอกาสพัฒนานิ้วมือให้ใช้งานได้อย่างคล่องแคล่วเพียงใดย่อมส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา (กุลยา ตันติผลาชีวะ, 2557: 27)
การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กมีความสำคัญและจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน โดยกล้ามเนื้อมัดเล็กเป็นอวัยวะหนึ่งในการประกอบกิจวัตรประจำวันของตนเอง เช่น การใส่-ถอดกระดุม รูดซิป การแปรงฟัน ผูกเชือกรองเท้างานศิลปะ รวมทั้งการขีดเขียน ถ้าเด็กใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กได้คล่องแคล่วจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ การเล่น และการจัดกิจกรรมศิลปะต่าง ๆ จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เด็กได้พัฒนาความพร้อมทางมือและตามากที่สุดเด็กจะเรียนรู้อย่างสนุกสนาน เด็กจะใช้มือในการหยิบจับวัสดุต่าง ๆ ทำ
ให้เข้าใจวิธีการใช้นิ้วจับดินสอได้อย่างถูกวิธี (พัฒนา ชัชพงษ์, 2561: 122)
กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมที่สามารถส่งเสริม และพัฒนาการทำงานที่ประสานสัมพันธ์กันระหว่างการใช้กล้ามเนื้อมือนิ้วมือ และประสาทตา ซึ่งเด็กจะได้พัฒนาทั้งกล้ามเนื้อนิ้วมือ ฝ่ามือ ข้อมือ และนิ้วมือ ซึ่งจะส่งผลให้อวัยวะต่าง ๆ มีความแข็งแรง และทำงานได้คล่องตัวขึ้นและมีทักษะในการใช้มือได้อย่างคล่องแคล่วต่อไป งานศิลปะที่เสร็จแล้วของเด็กจะสะท้อนความสนใจ การรับรู้และความพร้อมของเด็กแต่ละคนผ่านวัสดุที่เหมาะสม สื่ออย่างหนึ่งที่จะทำให้เด็กมีความสนใจเกิดการเรียนรู้และคิดสร้างสรรค์
ผลงานศิลปะ เด็กปฐมวัยระดับอนุบาล 2 ในโรงเรียน บ้านคูขาด(ศรีวิทยาคาร) ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของการศึกษาครั้งนี้ และเป็นเด็กในโรงเรียนของผู้วิจัยเอง ในขณะที่ผู้วิจัยกำลังจัดการเรียนการสอนอยู่นั้น ผู้วิจัยพบว่า การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กยังไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งทำให้มีผลเสียต่อพัฒนาการของเด็ก จากเหตุผลดังกล่าว
ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาการพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย โดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กให้ดียิ่งขึ้นไป
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนเด็กปฐมวัยมีความสนใจและมีแรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรม มีพัฒนาการที่ดีขึ้นทั้งในด้านกล้ามเนื้อมัดเล็ก สมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะการแก้ปัญหา กิจกรรมร้อยเชือกสามารถตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลได้ เด็กสามารถเลือกวัสดุ สี รูปแบบ และออกแบบผลงานตามความถนัดและความชอบของตนเองได้อย่างอิสระ
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูผู้สอนมีความเข้าใจในพัฒนาการของเด็กปฐมวัย และสามารถออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมกับช่วงวัย โดยเน้นการเรียนรู้ผ่านการเล่น การลงมือปฏิบัติ และการเรียนรู้แบบบูรณาการ ครูมีบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวก กระตุ้นให้เด็กคิดและลงมือทำด้วยตนเอง รวมถึงมีการวางแผนล่วงหน้าในการจัดกิจกรรมอย่างเป็นระบบ ใช้สื่อและวัสดุที่หลากหลายและน่าสนใจเพื่อดึงดูดความสนใจของเด็ก และสามารถปรับเปลี่ยนกิจกรรมให้เหมาะสมกับสภาพจริงของผู้เรียนแต่ละคน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : สถานศึกษามีนวัตกรรมที่เหมาะสมต่อการพัฒนาเด็กให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้น
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : ผู้ปกครองและชุมชนให้ความร่วมมือในการจัดหาอุปกรณ์ เช่น เชือก ลูกปัด หลอด หรือวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น มาสนับสนุนกิจกรรม และมีการเชิญวิทยากรท้องถิ่นหรือผู้สูงอายุที่มีทักษะงานฝีมือมาร่วมถ่ายทอดความรู้ ให้คำแนะนำ และสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเด็กกับชุมชน
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]