การพัฒนาการเรียนรู้ภาษาไทยเพื่อการเขียนสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้แนวคิด การเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ร่วมกับเทคนิค Prompt Engineering และภูมิปัญญาอาหารอีสาน
ผู้พัฒนา นางสาวอนินพร ฝอยทอง
โรงเรียนโรงเรียนชุมชนสร้างถ่อสามัคคี
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
การเรียนรู้ภาษาไทยในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยวางรากฐานให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารในชีวิตประจำวันและพัฒนาทักษะด้านภาษาเพื่อต่อยอดในการศึกษาหรือการทำงานในอนาคต อย่างไรก็ตามจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในชั้นเรียนพบว่า นักเรียนจำนวนไม่น้อยยังคงประสบปัญหาในใช้ภาษาไทย เช่นการใช้คำ การสร้างประโยค การเรียบเรียงภาษา การเขียนเชิงสร้างสรรค์ การเขียนเล่าเรื่อง และการนำความรู้ไปใช้สื่อสารจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบริบทใกล้ตัว เช่น ชื่อวัตถุดิบอาหารหรือเมนูอาหารที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน แม้ผู้เรียนจะคุ้นเคยกับสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว แต่กลับไม่สามารถเขียนสื่อสารหรือเล่าเรื่องเป็นภาษาไทยที่เป็นภาษาทางการได้
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ในโรงเรียนชุมชนสร้างถ่อสามัคคี ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบทของภาคอีสานเอง ก็สะท้อนปัญหาเช่นเดียวกัน หลายคนรู้จักอาหารอีสานหลากหลายชนิด เช่น ส้มตำ ลาบ แกงหน่อไม้ เห็ดป่า ก้อยไข่มดแดง หรือผักพื้นบ้านต่าง ๆ แต่ไม่สามารถบอกชื่อวัตถุดิบเหล่านี้เป็นภาษาไทยได้ อีกทั้งขาดความมั่นใจใน การฟัง การพูด และที่สำคัญคือการเขียน เนื่องจากกลัวเขียนผิดหรือใช้ระดับภาษาไม่ถูกต้อง ทำให้ไม่กล้าสื่อสารและไม่ค่อยมีโอกาสใช้ภาษาไทยในรูปแบบของการเขียนเชิงสร้างสรรค์ในห้องเรียนอย่างเต็มที่
ในขณะเดียวกัน รูปแบบการสอนที่เน้นการท่องจำเนื้อหาแบบเดิม เรียนเฉพาะในตำราเรียน ไม่มีโอกาสสร้างบทเรียนเอง มักทำให้ผู้เรียนรู้สึกเบื่อหน่ายและไม่ได้พัฒนาทักษะการใช้ภาษาอย่างแท้จริง เด็กส่วนใหญ่ให้ความสนใจสื่อที่มีความสนุก ท้าทาย และสามารถมีส่วนร่วมได้ เช่น กิจกรรมที่มีการแข่งขันและการโต้ตอบ การเรียน(Active learning) ร่วมกับเทคนิค Prompt Engineering ซึ่งมี ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ย่อมาจาก Artificial Intelligence เข้ามามีบทบาทหรือส่วนร่วมในการจัดการเรียนกาสอน จึงเป็นแนวทางที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ของผู้เรียนยุคใหม่ เพราะช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลองผิดลองถูก กล้าแสดงความคิดเห็นหรือกล้าแสดงออกด้านความคิด และสร้างผลงานที่น่าสนใจมากขึ้น
นอกจากนี้ การนำ “อาหารพื้นบ้านอีสานตามฤดูกาล” มาใช้เป็นเนื้อหาในการสร้างนวัตกรรมจากจัดการเรียนการสอนยังช่วยเพิ่มความหมายให้กับการเรียนรู้ เนื่องจากผู้เรียนมีความคุ้นเคยกับวัตถุดิบ เมนูอาหารอีสานเหล่านี้อยู่แล้ว การเรียนรู้การใช้ภาษาไทยและการสื่อสารจึงเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่รู้สึกไกลตัว และสามารถนำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้ง่ายขึ้น การเชื่อมโยงความรู้ภาษาไทยเข้ากับชีวิตประจำวันจึงเป็นการสร้างความเข้าใจและทักษะการใช้ภาษาที่มีคุณค่าและยั่งยืนกว่า
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ผู้จัดทำจึงได้พัฒนาการเรียนรู้ภาษาไทยเพื่อการเขียนสื่อสารเชิงสร้างสรรค์โดยใช้แนวคิด การเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ร่วมกับเทคนิค Prompt Engineering และภูมิปัญญาอาหารอีสาน “เขียนอีสาน ปรุง AI” เพื่อเสริมสร้างทักษะการใช้ภาษา การฟัง การเขียน และการสื่อสารของนักเรียนผ่าน การเรียนรู้ ที่มีความท้าทาย และมีปฏิสัมพันธ์สูง การจัดการเรียนการสอนครั้งนี้ออกแบบให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เรื่องราวผ่านรูปภาพ โดยการฝึกตั้งคำถามจากรูปภาพว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ฝึกแต่งประโยคง่ายๆไปสู่การเขียนเล่าเรื่องจากภาพ และสื่อสารโต้ตอบในสถานการณ์จำลองที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาหาร ทำให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะภาษาอย่างรอบด้านและเกิดความมั่นใจมากขึ้น เมื่อนักเรียนแต่งประโยคได้แล้วยังสามารถสร้างคำสั่งหรือ prompt เพื่อให้สร้างรูปภาพที่นักเรียนต้องการจากแอพพลิเคชัน Gemini และ ChatGPT เมื่อได้ภาพที่ต้องการจึงนำมาเขียนเล่าเรื่องจากภาพ และสร้างผลงานเป็น E-Book หรือ Flipbook ผ่าน แอพพลิเคชั่น CANVA และ Heyzine Flipbooks
การพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ในครั้งนี้เกิดจากความต้องการแก้ไขปัญหาการเรียนรู้ภาษาไทยด้านทักษะการเขียนและการสื่อสารภาษาไทยของนักเรียน พร้อมทั้งต้องการเพิ่มความสนุกและแรงจูงใจในการเรียนผ่านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นแนวทางที่เหมาะสมกับผู้เรียนยุคปัจจุบันและสามารถนำไปใช้จริงในห้องเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนผู้เรียนมีพัฒนาการด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ อย่างเป็นรูปธรรมสามารถเรียบเรียงความคิดอย่างเป็นระบบ ใช้ภาษาเหมาะสม มีการใช้โวหารและภาพพจน์ และเชื่อมโยงบริบทวัฒนธรรมท้องถิ่นกับงานเขียนได้อย่างมีความหมาย ผู้เรียนมีทักษะการใช้ AI อย่างรู้เท่าทันสามารถออกแบบคำสั่ง (Prompt) ได้ชัดเจน มีการปรับปรุงแก้ไขงาน ไม่พึ่งพา AI โดยขาดการคิดวิเคราะห์ และตระหนักถึงจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี และเกิดการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมและกระตือรือร้น บรรยากาศในชั้นเรียนเอื้อต่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การทำงานร่วมกัน และการสะท้อนคิด
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูมีพัฒนาการด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สามารถบูรณาการเทคโนโลยี AI กับภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม ปรับบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ และเกิดแรงบันดาลใจในการพัฒนานัตกรรมทางการึกาอย่างต่อเนื่อง
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : โรงเรียนมีแนวทางการสอนภาษาไทยที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น เกิดนวัตกรรม ที่สามารถขยายผลได้จริง ชุมชนและผู้ปกครองเห็นความสำคัญของภาษาไทยและ มีส่วนร่วมในกิจกรรมของโรงเรียนมากขึ้น
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : โรงเรียนมีแนวทางการสอนภาษาไทยที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น เกิดนวัตกรรม ที่สามารถขยายผลได้จริง ชุมชนและผู้ปกครองเห็นความสำคัญของภาษาไทยและ มีส่วนร่วมในกิจกรรมของโรงเรียนมากขึ้น
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]