รูปแบบการเรียนด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบ 5 Es โดยใช้ SICH TA MODELสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ผู้พัฒนา นางราตรี สกุลพงษ์ ครูชำนาญการพิเศษ
โรงเรียนโรงเรียนบ้านหนองหลัก
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในสังคมโลกปัจจุบันและอนาคต เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ (Knowledge based society) ผู้เรียนทุกคนต้องได้รับการพัฒนา สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบคิดอย่าง มีเหตุผล คิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ และจิตวิทยาศาสตร์ ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนทุกขั้นตอนและทำกิจกรรมที่มีความ หลากหลายด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (กระทรวงศึกษาธิการ. 2552) โลกยุคใหม่ แห่งศตวรรษที่ 21 มีความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่าง รวดเร็ว จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเร่งพัฒนาและปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงการศึกษานับว่า เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของประชาชนภายในประเทศ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 47 กำหนดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาในทุกระดับ และมาตรา 48 ให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษา จัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)และกำหนดแนวทางการจัดการเรียนการสอนตาม กระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 E คือ การ กระตุ้นความสนใจ (Engagement) การสำรวจและค้นหา (Exploration) การอธิบาย (Explanation) การขยายความรู้ (Elaboration) และการประเมินผล (Evaluation) การวัดและประเมินผลเน้นการประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนด้วยเกณฑ์คุณภาพ (Rubrics) เพื่อให้ได้ข้อมูลสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และ ความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียนซึ่งสถานศึกษาต้องจัดให้มีการประเมินผลการเรียน ให้เป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน ทั้งในระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ ข้อมูลที่ได้จากการประเมินนำไปใช้ใน การพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน และคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษา 2566 ที่ผ่านมาพบว่า ผลคะแนน O-NET วิชาวิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มาตรฐาน
ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติ ของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ควรเร่งพัฒนาเนื่องจากคะแนนเฉลี่ยของโรงเรียนต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ ดังนั้นเพื่อเสริมสร้างให้ ผู้เรียนมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้น ครูผู้สอนจึงมีความสนใจที่จะศึกษาค้นคว้าและสร้างนวัตกรรม สำหรับผู้เรียนชั้นประถมศึกษาศึกษาปีที่ 6 เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาดังกล่าว และเพื่อให้ผลการประเมินการทดสอบ ทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของโรงเรียนบ้านหนองหลัก ปีการศึกษา 2567 มีผลสัมฤทธิ์ในวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สูงเพิ่มมากขึ้น ตามแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียน และพัฒนาการที่ ดีขึ้น ส่งผลให้คุณภาพการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป จึงได้ดำเนินการ จัดทำนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เรื่องรูปแบบการเรียนด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Es โดยใช้ SCITA MODEL นี้ขึ้นมา
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน นักเรียนมีทักษะกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูผู้สอน มีความรู้ความเข้าใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทำให้การจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพ และได้แนวทางในการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ในคร้้งต่อไป
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : สถานศึกษามีนวัตกรรมที่ช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะที่จำเป็น
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : โรงเรียนได้รับการยอมรับและความพึงพอใจจากชุมชน
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]