การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง ร้อยละและเปอร์เซ็นต์ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสอดแทรกบริบทท้องถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยกลุ่มร่วมมือเทคนิค TAI สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕
ผู้พัฒนา นายวินัย ดอกดวง
โรงเรียนโรงเรียนชุมชนบ้านหนองบ่อ(วิจิตรราษฎร์สามัคคี)
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
การเรียนรู้แบบการร่วมมือกันเรียนรู้เป็นกลุ่ม เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบ TAI (Team Assisted Individualization : TAI) เน้นการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละบุคคลมากกว่าการเรียนรู้ในลักษณะกลุ่ม เหมาะสำหรับการสอนคณิตศาสตร์ การจัดกลุ่มผู้เรียนจะคล้ายกับเทคนิค TGT และเทคนิค STAD แต่ในเทคนิคนี้ผู้เรียนแต่ละคนจะเรียนรู้และทำงานตามระดับความสามารถของตนเอง เมื่อทำงานเสร็จในส่วนของตนแล้วจึงไปจับคู่หรือเข้ากลุ่มทำงาน โดยแต่ละกลุ่มจะประกอบด้วยเด็กที่มีความสามารถเก่ง ปานกลาง อ่อน ในอัตราส่วน 1 : 2 : 1 ผลการทดสอบของนักเรียนจะถูกแบ่งออกเป็นสองตอนคือคะแนนสอบเป็นรายบุคคล และคะแนนเฉลี่ยของทั้งกลุ่ม อีกทั้งยังให้ผลสะท้อนกลับแก่ผู้เรียนทันที ซึ่งเป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้เรียนเกิดความมั่นใจ และเรียนรู้ได้เร็วขึ้น ดังนั้นจุดเด่นของการสอนแบบนี้คือ การสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและการส่งเสริมความร่วมมือในการทำงานกลุ่ม (วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์, 2555 : 77) ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของ สุเพียบ เล่าลา (2554 : 73-84) ได้ศึกษาเรื่อง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ด้วยการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TAI เรื่อง การคูณ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เบญญาพร หนันจันทา (2556 : 76-87) ได้ศึกษาเรื่อง การพัฒนากิจกรรมการเรียนรูแบบร่วมมือ เทคนิค TAI กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่อง บทประยุกต์ และปรียา สุภาจันทร์ (2557 : 111-125) ได้ศึกษาเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการ และการแก้สมการ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ร่วมกับวิธีการสอนแบบ TAI พบว่านักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้ด้วยกลุ่มแบบ TAI มีการพัฒนาการเรียนรู้ที่ดีและประสบผลสำเร็จในการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ มีส่วนช่วยพัฒนาทักษะการคิดคำนวณและการเรียนรู้ของผู้เรียน ทำให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น เกิดการพัฒนาตนเอง มีความรับผิดชอบต่อตนเองและมีการช่วยเหลือกันในกลุ่ม มีการยอมรับและเห็นความสำคัญของเพื่อนมากขึ้น มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
จากความสำคัญของปัญหาและแนวคิดทฤษฎีดังกล่าวข้างต้น ผู้พัฒนานวัตกรรมในฐานะครูผู้สอนคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จึงต้องการที่จะนำวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ TAI มาใช้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เพราะเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มุ่งเน้นให้นักเรียนช่วยเหลือกัน สามารถพัฒนาศักยภาพของนักเรียนให้เกิดขึ้นทั้งด้าน พุทธพิสัย จิตพิสัย และทักษะพิสัย นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างบรรยากาศในการเรียน นักเรียนได้ปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีความกระตือรือร้น มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความรับผิดชอบกับงานที่ได้รับมอบหมาย
นอกจากการจัดการเรียนรู้เชิงรุกการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ TAI ที่นำมาพัฒนาผู้เรียน ผู้พัฒนานวัตกรรมใช้ชุดฝึกทักษะเป็นสื่อในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งชุดกิจกรรมถือเป็นนวัตกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนได้ศึกษาและใช้สื่อต่าง ๆ ในชุดกิจกรรมที่ผู้สอนสร้างขึ้น ซึ่งเป็นรูปแบบของการสื่อสารระหว่างผู้สอนและผู้เรียน (สุคนธ์ สินธพานนท์, 2553 : 14) ทั้งนี้ชุดฝึกทักษะยังมีประโยชน์มากมาย อาทิ เร้าความสนใจของผู้เรียนต่อสิ่งที่กำลังศึกษา เพราะชุดฝึกทักษะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ด้วยตนเอง เพิ่มแรงจูงใจในการ เรียน ผู้เรียนได้เรียนรู้โดยการกระทำมากขึ้น แก้ปัญหาความแตกต่างระหว่างบุคคล เอื้ออำนวยแก่ผู้เรียนด้าน เวลาและโอกาสที่แตกต่างกัน ช่วยให้ผู้เรียนทราบจุดมุ่งหมายในการเรียนชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งรู้วิธีการที่จะ บรรลุจุดมุ่งหมายของการเรียน และชุดฝึกทักษะจะกำหนดบทบาทครูและนักเรียนไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งฝึกให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบในการเรียน รู้จักทำงานร่วมกัน ผู้เรียนรู้การกระทำและสร้างแรงจูงใจให้ ตนเองและที่สำคัญชุดฝึกทักษะเกิดจากการนำวิธีเชิงระบบมาใช้ และได้ผ่านการทดลองใช้จึงทำให้การสอนมีประสิทธิภาพ (บุญเกื้อ ควรหาเวช 2542 : 7)
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผู้พัฒนานวัตกรรมจึงเห็นว่า การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง ร้อยละและเปอร์เซ็นต์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนชุมชนบ้านหนองบ่อ(วิจิตรราษฎร์สามัคคี) โดยใช้ชุดฝึกทักษะ ประกอบการสอนด้วยกลุ่มร่วมมือเทคนิค TAI เป็นกระบวนการในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติและแสดงออกทางการเรียนรู้ร่วมกัน เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการพัฒนาให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข และมีประสิทธิภาพต่อไป
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนผู้เรียนได้รับการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนให้ได้แสดงออกตามความสามารถของตนเอง ทุกคนได้ฝึกทักษะทางคณิตศาสตร์ มีเพื่อนในห้องเรียนเป็นผู้ร่วมคิดร่วมทำ เพื่อนในกลุ่มสามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ครูผู้สอนเป็นที่ปรึกษาในการจัดการเรียนรู้ เมื่อไม่เข้าใจบทเรียนสามารถสอบถามครูผู้สอนได้ ทำให้นักเรียนมีผมสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องร้อยละและเปอร์เซ็นต์สูงขึ้น
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูมีนวัตกรรมที่สามารถนำมาใช้จัดประสบการณ์ให้กับผู้เรียนได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้นักเรียนมีความสนใจใฝ่เรียนรู้ เรียนอย่างมีความสุขและมีผลสัมฤทธิ์างการเรียนที่สูงขึ้น
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : สถานศึกษามีนวัตกรรมที่หลากหลาย สามารถแนะนำให้คุณครูในสถานศึกษานำไปปรับใช้ให้เข้ากับการจัดประสบการณ์ให้กับผู้เรียนในชั้นของตนเอง
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน วัด ชุมชน หน่วยงานภาคีเครือข่าย เป็นหนึ่งในเงื่อนไข ความสำเร็จที่จะขาดไม่ได้ เพราะเปรียบเสมือนพลัง (บวร) บ้าน วัด โรงเรียน ที่เป็นฟันเฟืองช่วยกัน ในการ ขับเคลื่อนการเรียนรู้ให้กับลูกหลานในชุมชน ได้ร่วมสืบสาน ให้ความรู้เพิ่มเติมและสนับสนุนทรัพยากรให้กับ นักเรียน
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]