ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การพัฒนาทักษะการเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับ SABYD MODEL เรื่อง ‘สบู่หอมถิ่นอีสาน สืบสานภูมิปัญญาอุบล’ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6”
ผู้พัฒนา นางสาวปิยะพร ฉัตรวิไล
โรงเรียนโรงเรียนชุมชนโพนเมืองวิทยา

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           การจัดการเรียนรู้ในรายวิชาการงานอาชีพ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) มุ่งเน้นการปลูกฝังให้ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการทำงานในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในการแก้ปัญหาและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ในบริบทของการจัดการเรียนการสอนที่ผ่านมา พบว่ากิจกรรมการเรียนรู้ส่วนใหญ่ยังคงยึดติดกับเนื้อหาในตำราและจำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน ส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างความรู้ทางทฤษฎีกับวิถีชีวิตจริงของผู้เรียน นักเรียนจึงขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้และไม่สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนเข้ากับบริบทของท้องถิ่นได้อย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ ในสภาวการณ์ปัจจุบันที่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและวัฒนธรรมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การรักษาและสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง จังหวัดอุบลราชธานีถือเป็นดินแดนที่มีความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะสมุนไพรพื้นบ้านที่มีคุณค่าหลากชนิด แต่ทว่าเยาวชนรุ่นใหม่กลับขาดความตระหนักและมองข้ามคุณค่าของสิ่งใกล้ตัวเหล่านี้ไป ด้วยเหตุนี้ ครูผู้สอนจึงเห็นความจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ที่สามารถบูรณาการอัตลักษณ์ของท้องถิ่นเข้ากับทักษะวิชาชีพ เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเองไปพร้อมกับการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 นวัตกรรม “สบู่หอมถิ่นอีสาน สืบสานภูมิปัญญาอุบล” จึงถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการเรียนรู้เชิงรุก โดยนำเอาวัตถุดิบธรรมชาติที่มีอยู่ในชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี เช่น ขมิ้น และ มะขามเปียก มาเป็นแกนหลักในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กระบวนการนี้เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ศึกษาคุณสมบัติของสมุนไพร ฝึกฝนทักษะการแปรรูปผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง ตั้งแต่ขั้นตอนการสกัด การผสม ไปจนถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สะท้อนถึงกลิ่นอายและศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมสร้างทักษะการทำงานและความคิดสร้างสรรค์เท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการเป็นพลเมืองที่รักและหวงแหนในภูมิปัญญาอันล้ำค่าของบ้านเกิดอย่างยั่งยืน
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน1. ด้านความรู้ (K): เข้าใจขั้นตอนการแปรรูปสมุนไพรเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด 2. ด้านทักษะ (P): เกิดทักษะการทำงานที่เป็นระบบ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Teamwork) 3. ด้านเจตคติ (A): มีความภาคภูมิใจในความเป็น "คนอุบล" และเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาไทย 4. ด้านความคิดสร้างสรรค์ (C): รู้วิธีการเปลี่ยนวัตถุดิบพื้นบ้านธรรมดาให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าและสวยงาม (Value Added)
ผลลัพธ์ต่อครู : ความสำเร็จของครูผู้สอนเกิดจากการวางแผนอย่างเป็นระบบ เตรียมสื่อ วัสดุอุปกรณ์ และออกแบบกิจกรรมที่สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน ครูปรับบทบาทจากผู้ถ่ายทอดความรู้มาเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) และที่ปรึกษา (Coach) คอยกระตุ้นการคิดและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด อีกทั้งมีการประเมินผลอย่างต่อเนื่องและนำผลมาปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ ทำให้การดำเนินนวัตกรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : โรงเรียนประสบความสำเร็จจากการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุกและ การพัฒนานวัตกรรม บรรยากาศการเรียนรู้มีความกระตือรือร้นและเน้นการลงมือปฏิบัติจริง ทำให้ภาพลักษณ์ของโรงเรียนมีความโดดเด่นด้านการจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชุมชน นอกจากนี้ ผลงานของนักเรียนยังสามารถนำไปจัดแสดงในกิจกรรมวิชาการหรือเผยแพร่สู่สาธารณะ ช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนโดยรวม
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : เป็นการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น องค์ความรู้ด้านสมุนไพรและอัตลักษณ์ของอุบลฯ ถูกส่งต่อสู่คนรุ่นหลัง ไม่ให้สูญหาย เกิดความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและชุมชนในการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวัตถุดิบและภูมิปัญญา นอกจากนี้ชุมชนยังเห็นช่องทางในการนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่า ซึ่งอาจพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ในอนาคต
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก