การพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ร่วมกับกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5E เรื่อง ชีวิตสัตว์ (SMART ANIMAL) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้กับผู้เรียน โดยผู้วิจัยได้ดำเนินการอย่างเป็นระบบตามขั้นตอนการพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา เริ่มจากการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน วิเคราะห์หลักสูตรและปัญหาการเรียนรู้ของผู้เรียน จากนั้นจึงออกแบบและพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ พร้อมทั้งสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลที่เหมาะสม ก่อนนำนวัตกรรมไปทดลองใช้จริงในชั้นเรียน และประเมินผลเพื่อนำไปปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้กระบวนการพัฒนาแบ่งออกเป็นขั้นตอนดังต่อไปนี้
8.1 ขั้นศึกษาข้อมูลพื้นฐาน (Analysis)
ขั้นตอนนี้เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการพัฒนา โดยผู้วิจัยได้ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง) และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เพื่อให้การพัฒนานวัตกรรมสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ นอกจากนี้ได้วิเคราะห์สภาพปัญหาการเรียนรู้ของนักเรียน พบว่านักเรียนยังขาดทักษะด้านการสังเกต การตั้งคำถาม และการสรุปผลอย่างมีเหตุผล จึงศึกษาทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อใช้เป็นแนวทางในการออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน ดังนี้
1) ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานและตัวชี้วัดระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
2) วิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการจำเป็นของผู้เรียนด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
3) ศึกษาเอกสาร ทฤษฎี และแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning
8.2 ขั้นออกแบบ (Design)
ในขั้นตอนนี้ ผู้วิจัยได้กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ จากนั้นออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ร่วมกับกระบวนการสืบเสาะความความรู้ 5E ที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม ลงมือปฏิบัติจริง พร้อมทั้งออกแบบเครื่องมือวัดและประเมินผล เช่น แบบทดสอบก่อนเรียน–หลังเรียน แบบประเมินทักษะกระบวนการ และแบบสอบถามความพึงพอใจ ดังนี้
1) กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ให้สอดคล้องกับตัวชี้วัด
2) ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการมีส่วนร่วม การลงมือปฏิบัติ และการทำงานกลุ่ม
3) ออกแบบเครื่องมือวัดและประเมินผลให้ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ
8.3 ขั้นพัฒนา (Development)
ขั้นตอนนี้เป็นการสร้างและจัดทำเครื่องมืออย่างเป็นรูปธรรม ผู้วิจัยได้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ สื่อประกอบกิจกรรม ใบงาน และแบบทดสอบให้สอดคล้องกับจุดประสงค์ที่กำหนดไว้
1) จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้และสื่อประกอบกิจกรรม
2) สร้างแบบทดสอบก่อนเรียน–หลังเรียน และแบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
3) นำเครื่องมือให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความตรงและความเหมาะสม
4) ปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะก่อนนำไปใช้จริง
8.4 ขั้นนำไปใช้ (Implementation)
นำนวัตกรรมไปใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนที่พัฒนาขึ้นอย่างครบถ้วน เริ่มจากการทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) เพื่อวัดพื้นฐานความรู้ จากนั้นจัดกิจกรรม Active Learning ตามลำดับขั้นตอนที่กำหนด พร้อมทั้งสังเกตพฤติกรรมและประเมินทักษะกระบวนการของนักเรียนระหว่างเรียน เมื่อสิ้นสุดกิจกรรมจึงดำเนินการทดสอบหลังเรียน (Post-test) และเก็บข้อมูลความพึงพอใจของนักเรียน
1) ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนที่พัฒนาขึ้น
2) เก็บรวบรวมข้อมูลผลการเรียนรู้และพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน
8.5 ขั้นประเมินผลและปรับปรุง (Evaluation)
ในขั้นตอนสุดท้าย ผู้วิจัยได้นำข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาวิเคราะห์เปรียบเทียบผลก่อนเรียนและหลังเรียน เพื่อพิจารณาพัฒนาการด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียน รวมทั้งวิเคราะห์ผลการประเมินทักษะและความพึงพอใจ เพื่อนำผลที่ได้มาสรุปประสิทธิภาพของนวัตกรรม และใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการจัดการเรียนรู้ครั้งต่อไป
1) วิเคราะห์ผลการเปรียบเทียบก่อนเรียนและหลังเรียน
2) ประเมินความพึงพอใจของนักเรียน
3) สรุปผลและปรับปรุงนวัตกรรมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
