กระบวนการพัฒนานวัตกรรม
ขั้นที่ 1 (P : plan)
1. วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560) และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอุบลวิทยาคม ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2568 ในเรื่องของมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดรายวิชาภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
2. ศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูล แนวคิด และทฤษฎีพื้นฐานเกี่ยวกับวิธีการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสมองเป็นฐาน Brain Based Learning ; BBL ที่ส่งผลต่อการพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำที่มีวรรณยุกต์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
3. ศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูล แนวคิด และทฤษฎีพื้นฐานเกี่ยวกับการจัดทำนวัตกรรมชุดฝึกทักษะวิชาภาษาไทย เรื่อง การผันวรรณยุกต์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
4. จัดทำหน่วยและแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การผันวรรณยุกต์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 12 แผน เวลาเรียน 12 ชั่วโมง
5. ออกแบบกิจกรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสมองเป็นฐาน เพื่อพัฒนาทักษะของนักเรียน
ขั้นที่ 2 (D : Do)
นำหน่วยการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ และชุดฝึกทักษะวิชาภาษาไทย เรื่อง การผันวรรณยุกต์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสมองเป็นฐาน Brain Based Learning ; BBL ประกอบด้วย 5 ชั้นตอน ดังนี้
1. ขั้นอุ่นเครื่อง (Warm-up) สร้างความตื่นตัวโดยเลือกใช้กิจกรรมต่อไปนี้ ได้แก่ ยืดเส้นยืดสาย (stretching) เคลื่อนไหว (movement) ร้องเพลง เล่นเกม กิจกรรมฝึกความรู้ตัว (mindfulness) กิจกรรมเหล่านี้มีอีกชื่อหนึ่งว่ากิจกรรมพักสมอง (brain break) ทดลองใช้หลาย ๆ แบบแล้วดูว่านักเรียนตอบสนองอย่างไร แล้วจึงจะเริ่มสรุปได้ว่าอุ่นเครื่องแบบไหนช่วยให้สมองพร้อมต่อการเรียนมากที่สุด
2. ขั้นนำเสนอ (Presentation) กระตุ้นความสนใจใคร่รู้ของนักเรียน ด้วยสื่อที่แปลกใหม่ สถานการณ์ชวนคิด ปัญหาที่นักเรียนสนใจ นิทาน ข่าว เรื่องราวใกล้ตัว สิ่งที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงและมีความหมายสำหรับนักเรียน ให้เขาได้สังเกต คิดเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนกับครูและเพื่อน ในบรรยากาศที่ตื่นตัว ท้าทายและสนุกเพลิดเพลิน โดยครูจะไม่เป็นผู้บรรยายฝ่ายเดียว แต่นำเสนอสถานการณ์ที่ดึงนักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการคิดด้วยกัน จนผู้เรียนเริ่มเกิดความเข้าใจแบคร่าว ๆ
3. ขั้นลงมือเรียนรู้และฝึกฝน (Learn-Practice) ใช้กิจกรรมกลุ่มย่อย และรายบุคคล ให้นักเรียนทุกคนได้ปฏิสัมพันธ์กับสื่อการเรียนรู้ ไม่เพียงแต่ลงมือทำแต่คิดไปด้วย เมื่อนักเรียนเริ่มเข้าใจแล้ว ให้ฝึกเรื่องนั้นเพิ่มเติมซ้ำ ๆ ในหลายแง่มุมจนเกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งลำทำได้อย่างชำนาญ
4. ขั้นสรุปความรู้ (Summary) สรุปความคิดรวบยอดของบทเรียน ให้ชัดเจน เป็นระบบ โดยอาจใช้แผนผัง ตาราง ชาร์ต ความรู้ หรือเครื่องมือช่วยคิด โดยให้นักเรียนได้ร่วมกันสะท้อนผลการเรียนรู้ และแก้ไขความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างที่เรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถใช้ขั้นตอนนี้ในการประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนตามตัวชี้วัด
5. ขั้นประยุกต์ใช้ (Apply) นักเรียนใช้ทักษะและความรู้ที่เกิดขึ้นจากบทเรียนนั้นไปแก้ปัญหาที่ไม่คุ้นเคย ในบริบทใหม่ด้วยทัศนคติที่กระตือรือร้น ยืดหยุ่น สร้างสรรค์ พร้อมทำงานร่วมกับเพื่อน ๆ นักเรียนอาจจะสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเล็ก ๆ หรือทำโครงงาน (project) ที่มีขอบเขตใหญ่ขึ้น บูรณาการหลายวิชาเข้าด้วยกันได้
ขั้นที่ 3 ( C : check)
1. เปิดห้องเรียนโดยชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ครูในกลุ่มสาระภาษาไทย หรือครูผู้สอนสายชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เข้าไปสังเกตการณ์จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องในเนื้อหา การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสมองเป็นฐาน พร้อมทั้งเสนอแนะ และสะท้อนผลการจัดกิจกรรมเพื่อนำมาปรับปรุง แก้ไขเพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง
2. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อทดสอบการพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนคำที่มีวรรณยุกต์
3. บันทึกผลการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนที่เกิดขึ้นจากการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสมองเป็นฐาน
4. วิเคราะห์ทักษะการอ่านและการเขียนคำที่มีวรรณยุกต์ตามแนวคิดสมองเป็นฐาน และสะท้อนผลการเรียนให้นักเรียนทราบเป็นระยะ
5. วิเคราะห์นวัตกรรมชุดฝึกทักษะเพื่อหาประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75
ขั้นที่ 4 (A : Act)
1. ปรับปรุงแก้ไขกระบวนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสมองเป็นฐาน เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
2. ปรับปรุงแก้ไขนวัตกรรมชุดฝึกทักษะเพื่อให้เข้ากับนักเรียน และมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75
3. ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) กับกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย หรือครูในสายชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เพื่อเป็นการรับทราบ พัฒนา และปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นต่อไป
