การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษในสถานการณ์การซื้อของ (Fruits) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ผ่านนวัตกรรม Visual Dialogue Guidebook และ โมเดล SPEAK-Easy
โรงเรียนอุบลวิทยาคม
วันที่ 08 มีนาคม 2569
จากการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนอุบลวิทยาคม พบว่าผู้เรียนจำนวนมากยังไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในสถานการณ์พื้นฐานได้อย่างคล่องแคล่ว ขาดความเข้าใจประโยคง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน และมีความลังเลในการพูดต่อหน้าผู้อื่น ปัญหาดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการใช้ภาษาในบริบทจริง ดังนั้น ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมสถานการณ์การซื้อของ (Fruits) ร่วมกับ Visual Dialogue Guidebook และโมเดล SPEAK-Easy เพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยคาดหวังว่าการใช้สื่อ ภาพประกอบ บทสนทนาอย่างเป็นระบบควบคู่กับการฝึกปฏิบัติจริง จะช่วยยกระดับความสามารถด้านการสื่อสาร เพิ่มความมั่นใจ และส่งเสริมทัศนคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ในระยะยาวอย่างยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1. เพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษในสถานการณ์การซื้อของ (Fruits) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ผ่านนวัตกรรม Visual Dialogue Guidebook และ โมเดล SPEAK-Easy 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ด้านทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้ผ่านนวัตกรรม Visual Dialogue Guidebook และ โมเดล SPEAK-Easy 3. เพื่อพัฒนานวัตกรรม Visual Dialogue Guidebook และ โมเดล SPEAK-Easy ให้มีประสิทธิภาพ กลุ่มเป้าหมายคือ นักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ห้องเรียน 2/1, 2/2, 2/3 จำนวน 84 คน ซึ่งจัดการเรียนรู้โดยใช้ SPEAK-Easy Model เป็นแนวทางในการพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษของผู้เรียน ผ่านกิจกรรมที่เป็นระบบและเน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง โดยโมเดล SPEAK-Easy ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ S – Situational Warm-up เป็นขั้นเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนเข้าสู่บริบทของบทเรียน ด้วยการกระตุ้นความสนใจผ่านภาพ วิดีโอ หรือคำถามที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่จะเรียน เช่น การซื้อของ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความคุ้นเคยกับสถานการณ์จริง P – Practice Vocabulary เป็นขั้นฝึกทบทวนและเรียนรู้คำศัพท์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์นั้น ๆ โดยอาจใช้สื่อภาพ เสียง เกม หรือใบงาน เพื่อเสริมสร้างคลังคำศัพท์ให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ในการพูดได้อย่างถูกต้อง E – Example Conversation เป็นขั้นให้ผู้เรียนเรียนรู้จากตัวอย่างบทสนทนา (Visual Dialogue) ซึ่งเป็นบทพูดที่มีภาพประกอบ เพื่อเสริมความเข้าใจและเห็นการใช้ภาษาที่ถูกต้องตามบริบทอย่างเป็นธรรมชาติ A – Act It Out (Role Play) เป็นขั้นที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนฝึกการพูดผ่านบทบาทสมมติ โดยจับคู่หรือแบ่งกลุ่มเล่นสถานการณ์จริง เช่น การซื้อของในร้านค้า เพื่อฝึกใช้คำศัพท์และประโยคที่ได้เรียนมาอย่างสร้างสรรค์ K – Keep Improving เป็นขั้นสรุปบทเรียนและให้ข้อเสนอแนะ (Feedback) แก่ผู้เรียน โดยครูอาจประเมินการพูดผ่านแบบประเมิน (Rubric) และแนะนำแนวทางในการพัฒนาตนเองต่อไป เช่น การฝึกซ้ำ การใช้สื่อเสริม หรือการทำกิจกรรมเพิ่มเติม และนวัตกรรมที่ใช้ คือ Visual Dialogue Guidebook เป็นชุดฝึกที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น เพื่อเสริมสร้างทักษะการพูดภาษาอังกฤษ โดยมีลักษณะเป็นหนังสือคู่มือภาพสนทนา ที่ประกอบด้วย ภาพประกอบสถานการณ์ คำศัพท์สำคัญ ประโยคตัวอย่าง และช่องให้ผู้เรียนฝึกพูดหรือเติมบทสนทนา สื่อชนิดนี้ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น เหมาะกับผู้เรียนระดับประถมที่ยังต้องการความช่วยเหลือทางด้านภาพและบริบท ผลที่เกิดขึ้นกับกลุ่มเป้าหมาย จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ SPEAK-Easy ร่วมกับนวัตกรรม Visual Dialogue Guidebook ไปใช้ในการพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 พบว่าเกิดผลต่อกลุ่มเป้าหมายในหลายด้าน ดังนี้ 1) ด้านทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร นักเรียนมีพัฒนาการด้านการออกเสียงคำศัพท์และประโยคได้ถูกต้องมากขึ้น สามารถใช้ประโยคสนทนาที่ง่าย ๆ ในสถานการณ์ใกล้ตัวได้อย่างเหมาะสม มีความคล่องแคล่วในการโต้ตอบเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนการจัดกิจกรรม 2) ด้านความมั่นใจและความกล้าแสดงออก นักเรียนมีความมั่นใจในการพูดภาษาอังกฤษมากขึ้น กล้าแสดงบทบาทสมมติหน้าชั้นเรียน และมีท่าทีที่ผ่อนคลายในการใช้ภาษา ลดความกังวลและความเขินอายในการสื่อสาร 3) ด้านการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม ให้ความร่วมมือกับเพื่อนในกลุ่ม และมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกในระหว่างการทำกิจกรรมการละคร ส่งผลให้บรรยากาศในชั้นเรียนเอื้อต่อการเรียนรู้ 4) ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลการประเมินหลังการจัดกิจกรรมพบว่า คะแนนเฉลี่ยด้านทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรม แสดงให้เห็นว่านวัตกรรมสามารถช่วยพัฒนาความสามารถในการสื่อสารของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5) ด้านทัศนคติต่อการเรียนภาษาอังกฤษ นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ เห็นว่ากิจกรรมมีความสนุกสนาน ไม่น่าเบื่อ และช่วยให้เข้าใจบทสนทนาได้ง่ายขึ้นจากการใช้สื่อภาพประกอบ
พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก
หน้าแรก
โรงเรียน
แลกเปลี่ยน
ข่าวสาร
นวัตกรรม
กิจกรรม
.