“การพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนหนังสือเล่มเล็ก นวัตกรรมพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงด้วย กระบวนการ 3 T Step (Teach–Talk–Think)” กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้น ประถมศึกษา ปีที่ ๖ และ มัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านหนองเหล่า(ราษฎร์บำรุงวิทยาคาร)
โรงเรียนบ้านหนองเหล่า(ราษฎร์บำรุงวิทยาคาร)
วันที่ 02 มีนาคม 2569






การพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนหนังสือเล่มเล็ก นวัตกรรมพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงด้วยกระบวนการ 3 T Step (Teach–Talk–Think)” กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ และ มัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านหนองเหล่า(ราษฎร์บำรุงวิทยาคาร) คือการนำกระบวนการ 3 T Step (Teach–Talk–Think) มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนช่วยให้ผู้เรียนมีการมีส่วนร่วมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผู้เรียนสามารถอธิบายความรู้ด้วยตนเอง ทำงานร่วมกันได้ดี และมีการคิดวิเคราะห์มากขึ้น ผลการเรียนของนักเรียนโดยรวมดีขึ้นและจากการสังเกตพฤติกรรมในชั้นเรียน สะท้อนว่านวัตกรรมนี้มีประสิทธิภาพ เหมาะต่อการนำไปพัฒนาในหลายระดับชั้นและหลายรายวิชา จากการดำเนินงาน “การพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนหนังสือเล่มเล็ก นวัตกรรมพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงด้วยกระบวนการ 3 T Step (Teach–Talk–Think)” กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ และ มัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านหนองเหล่า(ราษฎร์บำรุงวิทยาคาร)” พบว่าเป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ช่วยพัฒนาผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนมีความเข้าใจเนื้อหาบทเรียนมากขึ้น เนื่องจากได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการที่เป็นลำดับขั้น เริ่มจากการได้รับความรู้พื้นฐานอย่างชัดเจนจากครู (Teach) ต่อด้วยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้ร่วมกับเพื่อน (Talk) และการคิดวิเคราะห์ ไตร่ตรอง รวมทั้งสรุปองค์ความรู้ด้วยตนเอง (Think) ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมายและยั่งยืน ผลการดำเนินงานยังพบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกันดีขึ้น ผู้เรียนกล้าแสดงความคิดเห็น รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และสามารถทำงานเป็นกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ บรรยากาศในชั้นเรียนมีความกระตือรือร้น ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านทักษะการคิดวิเคราะห์และการสะท้อนผลการเรียนรู้ สามารถเชื่อมโยงความรู้กับสถานการณ์จริง และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนสูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบก่อนและหลังการจัดกิจกรรม แสดงให้เห็นว่านวัตกรรม 3 T Step มีศักยภาพในการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม จากการดำเนินงานยังพบข้อจำกัดบางประการ เช่น ผู้เรียนบางส่วนยังขาดทักษะการสื่อสารและการคิดวิเคราะห์ในระยะแรก จำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการบริหารเวลาในแต่ละขั้นต้องมีความเหมาะสม เพื่อให้การจัดกิจกรรมเป็นไปอย่างราบรื่น ดังนั้น ครูผู้สอนควรปรับกิจกรรมให้สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน และพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนในระยะยาว โดยสรุป นวัตกรรม 3 T Step (Teach–Talk–Think) เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่มีความเหมาะสมและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในห้องเรียน ช่วยพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ อันเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน งานเผยแพร่นวัตกรรม ชื่อหน่วยงาน / กลุ่มเป้าหมาย / ระยะเวลา - เผยแพร่นวัตกรรมการพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนหนังสือเล่มเล็ก ๘ หน้ายก และ12 หน้ายก เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนสื่อสาร ของโรงเรียนบ้านหนองเหล่า(ราษฎร์บำรุงวิทยาคาร) - บุคลากรจากโรงเรียนโพนเมืองสุกวิทยา อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี สพป.อุบลราชธานี เขต 1 - บุคลาการจากโรงเรียนบ้านคูขาด(ศรีวิทยาคาร) อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี สพป.อุบลราชธานี เขต 1 - แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในงานกิจกรรม Sympolsium ที่โรงแรมกิจตรงวิลล์ รีสอร์ท จัดโดย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 - แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในงานกิจกรรมการเรียนการสอนของนักศึกษาปริญญาโท ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขา การบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี











พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก




.