จากการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทยในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พบปัญหาสำคัญคือ นักเรียนส่วนใหญ่ขาดทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ แม้จะสามารถอ่านออกเสียงได้แต่กลับไม่สามารถสรุปสาระสำคัญของเรื่อง หรือตอบคำถามพื้นฐานได้ว่า “ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร ทำไม และอย่างไร” ปัญหานี้เปรียบเสมือนกำแพงที่กั้นขวางการพัฒนาสมรรถนะการอ่านขั้นสูงและการต่อยอดการเรียนรู้ในวิชาอื่น ๆ ครูผู้สอนจึงได้ออกแบบนวัตกรรม “แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากนิทานอีสปและนิทานพื้นบ้าน ด้วยเทคนิค 5W1H” เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยมุ่งเน้นให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/5 จำนวน 32 คน ในปีการศึกษา 2568 มีพัฒนาการทางการอ่านที่สูงขึ้น
กระบวนการพัฒนานวัตกรรมยึดตามวงจรคุณภาพ PDCA และกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยเริ่มจากการวิเคราะห์หลักสูตรและสภาพปัญหา นำไปสู่การออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 5 แผน รวม 11 ชั่วโมง และสร้างแบบฝึกทักษะที่ใช้เทคนิคคำถาม 5W1H เป็นแกนกลาง ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และลำดับขั้นการเรียนรู้ของบลูม (Bloom’s Taxonomy) ที่ช่วยพัฒนาความคิดตั้งแต่นะดับความจำพื้นฐานไปจนถึงการวิเคราะห์และประเมินค่า ผ่านสื่อที่นักเรียนสนใจอย่างนิทานอีสปซึ่งมีทั้งภาพประกอบสวยงามและข้อคิดคติเตือนใจ
ในด้านการนำไปใช้ ครูได้วางขั้นตอนการสอนอย่างเป็นระบบ เริ่มจาก ขั้นกระตุ้นความสนใจ เพื่อเตรียมความพร้อม ขั้นอ่านและทำความเข้าใจ ที่ฝึกให้เด็กเก็บรายละเอียด ขั้นวิเคราะห์ด้วยเทคนิค 5W1H ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการแยกแยะองค์ประกอบของเรื่อง ขั้นสรุปใจความสำคัญ ด้วยภาษาของตนเองผ่านรูปแบบสร้างสรรค์ เช่น Mind Map และ ขั้นสะท้อนคิด เพื่อเชื่อมโยงความรู้สู่ชีวิตจริง ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นพบว่านักเรียนมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างเห็นได้ชัด โดยทำคะแนนเฉลี่ยได้ถึงร้อยละ 85.33 และมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด (4.64)
บทเรียนสำคัญที่ได้รับจากการใช้นวัตกรรมนี้ คือการเปลี่ยนบทบาทของครูจากผู้บรรยายมาเป็น “ผู้อำนวยความสะดวก” (Facilitator) ที่ช่วยชี้แนะแนวทาง (Scaffolding) และการใช้การประเมินผลระหว่างเรียนเพื่อช่วยเหลือเด็กที่เรียนช้าได้ทันท่วงที ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากเพียงนวัตกรรมที่ดียังเดียว แต่ต้องอาศัย “เงื่อนไขความสำเร็จ” รอบด้าน ทั้งความมุ่งมั่นของนักเรียน การสนับสนุนจากผู้บริหารที่สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เกื้อหนุน และความร่วมมือจากผู้ปกครองในการส่งเสริมการอ่านที่บ้าน ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนจากทักษะในบทเรียนให้กลายเป็นนิสัยรักการอ่านที่ยั่งยืนตลอดชีวิต
