การพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงในรายวิชาโครงงานวิทยาศาสตร์ ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยรูปแบบ "INQUIRE-D Model"
โรงเรียนบ้านกุดกะเสียน
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569
ผลการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ของครูเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของสถานศึกษานำร่องพื้นที่นวัตกรรม โรงเรียนบ้านกุดกะเสียน 1. ผู้จัดทำนวัตกรรม นางสุภารัก บุญยืน ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียบ้านกุดกะเสียน สพป.อุบลราชธานี เขต 1 2. ชื่อนวัตกรรม การพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงในรายวิชาโครงงานวิทยาศาสตร์ ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยรูปแบบ "INQUIRE-D Model" 3. วัตถุประสงค์ของนวัตกรรม 1. เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจหลักการและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ในการทำโครงงาน 2. เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีทักษะการคิดขั้นสูง (Higher-Order Thinking Skills: HOTS) ได้แก่ การวิเคราะห์, การสังเคราะห์, การประเมินผล, และการแก้ปัญหา 3. เพื่อให้นักเรียนมีจิตวิทยาศาสตร์ 4. กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 23 คน 5. ขั้นตอน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project-based learning) ใช้กระบวนการ Inquire-D Model ประกอบด้ว 8 ขั้นตอน: 1. การระบุปัญหาและตั้งคำถาม (Identification) เริ่มต้นด้วยการระบุปัญหาที่ต้องการให้ผู้เรียนแก้ไข โดยเน้นการตั้งคำถามที่กระตุ้นความสนใจและทำให้ผู้เรียนเกิดความสงสัยในเรื่องนั้น เช่น การตั้งคำถามเกี่ยวกับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน 2. การจำกัดขอบเขตปัญหาและตั้งสมมติฐาน (Narrowing) ช่วยให้นักเรียนเข้าใจวิธีการจำกัดขอบเขตของปัญหาที่ต้องการศึกษา รวมทั้งการตั้งสมมติฐานที่สามารถทดสอบได้ในกรอบเวลาจำกัด 3. การพัฒนาคำถามเพื่อออกแบบการทดลอง (Questioning) นักเรียนพัฒนาคำถามเพื่อออกแบบการทดลองที่สามารถทดสอบสมมติฐานได้ คำถามที่ออกแบบต้องสามารถนำไปสู่การเก็บข้อมูลและการวิเคราะห์ผลได้อย่างเป็นระบบ 4. การศึกษาข้อมูลและแนวคิด (Understanding) นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น งานวิจัย, บทความ, และหนังสือ เพื่อสร้างความเข้าใจในหัวข้อที่กำลังศึกษา พร้อมกับพัฒนาแนวคิดที่เกี่ยวข้อง 5. การทดลองและเก็บข้อมูล (Investigation) นักเรียนทำการทดลองตามขั้นตอนที่ได้ออกแบบไว้ โดยใช้เครื่องมือและวิธีการที่เหมาะสม และทำการเก็บข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อให้สามารถนำมาวิเคราะห์ในขั้นตอนต่อไป 6. การวิเคราะห์และตีความหมายข้อมูล (Resending) นักเรียนทำการวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้ โดยใช้เครื่องมือทางสถิติหรือการวิเคราะห์ผลแบบวิทยาศาสตร์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือ 7. การนำเสนอผลการศึกษา (Explaining) นักเรียนเตรียมการนำเสนอผลการทดลองที่ได้ ซึ่งอาจใช้สื่อหลายรูปแบบ เช่น รายงาน, การนำเสนอสไลด์, หรือการอภิปรายกลุ่ม เพื่อสื่อสารผลลัพธ์และข้อค้นพบจากการศึกษา 8. การพัฒนาความรู้และทักษะเพิ่มเติม (Developing) นักเรียนได้พัฒนาและขยายความรู้จากการศึกษาครั้งนี้ พร้อมทั้งสะท้อนกลับถึงกระบวนการที่เรียนรู้ โดยอาจเสนอกระบวนการทดลองใหม่หรือวิธีการที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้ในอนาคต 6 ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนเชิงปริมาณ 1. นักเรียนร้อยละ 86.95 (20 จาก 23 คน) มีคะแนนการประเมินความเข้าใจในหลักการและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 2. นักเรียนร้อยละ 78.26 (18 จาก 23 คน) มีผลการประเมินกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์อยู่ในระดับ “ดี” ขึ้นไป และสามารถใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินผลได้อย่างถูกต้อง 3. นักเรียนร้อยละ 91.30 (21 จาก 23 คน) เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ครบถ้วนในทุกขั้นตอนของ Inquire-D Model และมีความร่วมมือในการทำงานกลุ่ม ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนเชิงคุณภาพ 1. นักเรียนสามารถอธิบายขั้นตอนการทำโครงงาน เช่น การตั้งปัญหา ตั้งสมมติฐาน ทดลอง และสรุปผลได้อย่างมีเหตุผลและเข้าใจในหลักการทางวิทยาศาสตร์ 2. นักเรียนมีพฤติกรรมการคิดอย่างมีระบบ โดยเฉพาะในด้านการวางแผนการทดลอง การตั้งคำถามเชิงวิทยาศาสตร์ และการอภิปรายผลอย่างมีเหตุผล นักเรียนมีจิตวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่ ความใฝ่รู้ ความรับผิดชอบในการทำงาน ความอดทนต่อความยากลำบาก และความร่วมมือในการทำงานกลุ่ม สมรรถนะที่เกิดจากการพัฒนานวัตกรรม สมรรถนะหลักที่เกิดขึ้นจากนวัตกรรม สมรรถนะด้านการคิดขั้นสูง (Critical and Creative Thinking Competency) นักเรียนสามารถคิดวิเคราะห์ปัญหา ตั้งสมมติฐาน วางแผนการทดลอง และสรุปผลได้อย่างมีเหตุผล นักเรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการออกแบบโครงงานและนำเสนอผลงาน สมรรถนะด้านการสื่อสาร (Communication Competency) นักเรียนสามารถสื่อสารผลการทดลองทั้งในรูปแบบการพูด การเขียน และการใช้สื่อดิจิทัล นักเรียนร่วมมือกันนำเสนอผลงานในรูปแบบโปสเตอร์และสรุปรายงานโครงงานอย่างชัดเจน สมรรถนะด้านการทำงานร่วมกัน (Teamwork Competency) นักเรียนสามารถทำงานเป็นทีม แบ่งหน้าที่ รับผิดชอบงานของตน และให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แสดงความมีน้ำใจ ความเคารพในความคิดเห็น และการประสานงานระหว่างสมาชิกในกลุ่ม สมรรถนะเฉพาะทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้น สมรรถนะด้านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Process Skills) ตั้งปัญหา ทดลอง สังเกต บันทึกข้อมูล และสรุปผลอย่างเป็นระบบ ใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์และวิธีการทางวิทยาศาสตร์อย่างถูกต้อง สมรรถนะด้านการสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Inquiry) นักเรียนมีความสามารถในการตั้งคำถาม ตรวจสอบข้อมูล และหาคำตอบจากการทดลองจริง แสดงความสามารถในการไตร่ตรองและประเมินข้อมูลอย่างมีเหตุผล สมรรถนะด้านจิตวิทยาศาสตร์ (Scientific Attitudes) แสดงคุณลักษณะของนักวิทยาศาสตร์ เช่น ความซื่อสัตย์ ใฝ่รู้ รอบคอบ และไม่ยอมแพ้ต่อปัญหา มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และต่อการทำโครงงาน
พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก
หน้าแรก
โรงเรียน
แลกเปลี่ยน
ข่าวสาร
นวัตกรรม
กิจกรรม
.