การพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำที่มีตัวการันต์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โดยใช้แบบฝึกทักษะ
โรงเรียนบ้านกุดกะเสียน
วันที่ 22 เมษายน 2568






การพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำที่มีตัวการันต์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โดยใช้แบบฝึกทักษะ ข้าพเจ้า เป็นครูผู้สอนภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ พบว่า ผู้เรียนขาดทักษะการอ่านการเขียน สังเกตได้จากการเขียนตามคำบอก การแต่งประโยค การเขียนเรื่องตามจินตนาการหรือการคัดลายมือพบว่า ผู้เรียนไม่สามารถปฏิบัติได้ โดยเฉพาะคำที่มีตัวการันต์จะพบว่า ผู้เรียนส่วนใหญ่เขียนผิด และอ่านไม่ได้ จึงไม่บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด ส่งผลให้การประเมินการอ่านการเขียนของผู้เรียนอยู่ในระดับต่ำ และยังส่งผลต่อการเรียนรู้วิชาอื่นๆไม่บรรลุเป้าหมายที่กำหนด ๑. วิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลที่มีความสามารถในด้านการคิดวิเคราะห์ และจัดกลุ่มผู้เรียน ตามความสามารถด้านการอ่านการเขียน จำนวน ๕ กลุ่ม ตามผลการประเมินการอ่านการเขียน ๒. ศึกษาเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง โดยศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ หลักสูตรสถานศึกษา และศึกษาแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกที่เน้นการปฏิบัติจริงของ ผู้เรียนในการอ่าน การเขียนอย่างเหมาะสมกับระดับชั้น ๓. ศึกษาวิธีการพัฒนาทักษะการอ่านการเขียน โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำที่มีตัวการันต์ จำนวน ๓ เรื่อง โดยเรียงลำดับเนื้อหาที่มีความง่ายไปหายาก และใช้ระยะเวลาในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ๔. วิเคราะห์กิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการอ่านและการเขียน ศึกษาแนวทางการออกแบบกิจกรรม การอ่านการเขียน เพื่อออกแบบนวัตกรรม คือ แบบฝึกทักษะการอ่านการเขียน ๕. สร้างแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียน จำนวน ๓ ชุด รวม ๑๕ กิจกรรม ประกอบด้วย แบบฝึกทักษะชุดที่ 1 การอ่านและการเขียนคำตัวการันต์ที่มีพยัญชนะตัวเดียว จำนวน ๕ กิจกรรม แบบฝึกทักษะชุดที่ 2 การอ่านและการเขียนคำตัวการันต์ที่มีพยัญชนะ ๒ ตัว จำนวน ๕ กิจกรรม แบบฝึกทักษะชุดที่ 3 การอ่านและการเขียนคำตัวการันต์ที่มีพยัญชนะและสระ จำนวน ๕ กิจกรรม ๖. สร้างแบบประเมินทักษะการอ่านการเขียน จำนวน ๓ ชุด เพื่อประเมินความรู้ความเข้าใจ (K) เพื่อวัดทักษะการอ่านการเขียน (P) และเพื่อวัดเจตคติ (A) ได้แก่ แบบทดสอบการอ่านการเขียน ชนิดปรนัยเลือกตอบ ๓ ตัวเลือก จำนวน ๑0 ข้อ แบบประเมินทักษะการอ่านการเขียน จำนวน ๑0 ข้อ ประกอบด้วย การอ่าน ๑๐ คำ และเขียน ๑๐ คำ แบบวัดเจตคติต่อการเรียนรู้ ชนิดมาตราส่วนประมาณค่า ๕ ระดับ จำนวน ๑0 ข้อ ๗. นำเครื่องมือที่สร้างขึ้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความเหมาะสมได้แก่ ผู้อำนวยการ ครูวิชาการ และครูภาษาไทย และนำมาปรับแก้ให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับการประเมินด้านการอ่านการเขียน โดยใช้แบบประเมิน IOC ๘. กำหนดขอบเขตของการดำเนินการ โดยใช้แบบฝึกทักษะ นวัตกรรม ได้แก่ แบบฝึกทักษะการอ่านการเขียน ผลลัพธ์ที่คาดหวัง ได้แก่ ทักษะการอ่านการเขียน ระยะเวลา การเก็บรวบรวมข้อมูล โดย กำหนดระยะเวลา ๙ สัปดาห์ สัปดาห์ละ ๒ วัน รวม ๙ ชั่วโมง ในภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๗ ระหว่างเดือนมกราคม- กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ โดยจัดกิจกรรมในชั่วโมงสอนภาษาไทยตามตารางสอนที่รับผิดชอบ กลุ่มเป้าหมาย เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ จำนวน ๑๘ คน การวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ











พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก




.