การพัฒนารูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์แบบผสมผสานร่วมกับแนวคิดการสืบเสาะความรู้ (Inquiry Process) ในการแก้ปัญหาและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้เกมจับคู่จากแผ่นป้ายไฟฟ้า
โรงเรียนบ้านหัวคำ
วันที่ 22 เมษายน 2568






1.ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป) การเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 มุ่งพัฒนาทักษะที่ซับซ้อนเพื่อให้ผู้เรียนสามารถปรับตัวกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในวิชาวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาในทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี แนวคิดหลักที่ใช้คือ ทฤษฎีสรรสร้างนิยม (Constructivism) และ การเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการคิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง กระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method) จึงมีความสำคัญ เพราะเป็นการสร้างองค์ความรู้ผ่านการตั้งคำถาม การทดลอง และการค้นพบ ซึ่งพัฒนา “ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์” ที่จำเป็นต่อการเป็นพลเมืองในสังคมวิทยาศาสตร์ (Science Society) การจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพจึงไม่เพียงสร้างความรู้ แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจ สร้างทักษะในการคิดเชิงระบบ และส่งเสริมการนำนวัตกรรมไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อสร้างและพัฒนานวัตกรรม เรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์แบบผสมผสานร่วมกับ แนวคิดการสืบเสาะหาความรู้เพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาและทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้กระบวนการเล่นเกมจากแผ่นป้ายไฟฟ้า ให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบ 2.2 เพื่อทดลองใช้นวัตกรรมจากแผ่นป้ายไฟฟ้าในการแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หลังการใช้รูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์แบบผสมผสานร่วมกับ แนวคิดการสืบเสาะหาความรู้เพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาและทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการ อยู่ในระดับดีมาก 2.3 เพื่อประเมินผลหลังการทดลองใช้นวัตกรรม เรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์แบบผสมผสานร่วมกับ แนวคิดการสืบเสาะหาความรู้เพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาและทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้แผ่นป้ายไฟฟ้า ได้แก่ - เพื่อพัฒนาสมรรถนะการจัดการตนเอง - และการคิดขั้นสูง - เพื่อพัฒนาสมรรถนะทางการเรียนรู้ - เพื่อพัฒนาสมรรถนะทางการอาชีพ 3.เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการ 3.1 วิทยากรท้องถิ่น มาให้ความรู้เกี่ยวกับการทำพานบายศรี และการทำเตาอั้งโล่ 3.2 ดอกไม้ ใบตอง สำหรับทำพานบายศรี วัสดุทำเตาอั้งโล่ 3.3 ใบความรู้เกี่ยวกับ ประวัติ ขั้นตอนการทำ และประโยชน์ ของพานบายศรี และ เตาอั้งโล่ 3.4 ใบงาน เรื่อง พานบายศรี และ เตาอั้งโล่ 3.5 แผ่นป้ายไฟฟ้า 4. ผลลัพธ์จากการดำเนินงานนวัตกรรม 4.1 ความรู้ (Knowledge) • เพิ่มพูนความรู้: นักเรียนสามารถเข้าใจเนื้อหาวิทยาศาสตร์ได้ดีขึ้นจากการเรียนรู้ผ่านการสืบเสาะ (Inquiry Process) ซึ่งเน้นการเรียนรู้จากการตั้งคำถามและการหาคำตอบด้วยตนเอง • เชื่อมโยงทฤษฎีกับการปฏิบัติจริง: นักเรียนสามารถเชื่อมโยงทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์กับการปฏิบัติจริงผ่านกิจกรรมเกมจับคู่จากแผ่นป้ายไฟฟ้า ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรมและเข้าใจง่าย 4.2 ทักษะ (Skills) • ทักษะการคิดเชิงวิทยาศาสตร์: นักเรียนได้ฝึกการคิดอย่างมีระเบียบโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น การตั้งสมมติฐาน การทดลอง การสังเกต การเก็บข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล • ทักษะการแก้ปัญหา: ผ่านการแก้ปัญหาจากเกมจับคู่และการสืบเสาะหาความรู้ นักเรียนได้ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์และการหาทางออกจากปัญหาที่เกิดขึ้น • ทักษะการทำงานร่วมกัน: กิจกรรมในกลุ่มช่วยพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการแก้ปัญหาด้วยกันในกลุ่ม 4.3 คุณลักษณะ (Attributes) • การพัฒนาความรับผิดชอบ: นักเรียนเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบในการทำกิจกรรมและการทดลองต่างๆ ทำให้เกิดการพัฒนาความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น • ความกระตือรือร้นในการเรียนรู้: การใช้เกมและกิจกรรมที่มีความสนุกสนานและท้าทาย ส่งผลให้เด็กมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ และมีแรงจูงใจในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม • การเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต: กระบวนการ Inquiry Process ส่งเสริมให้เด็กมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะเป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากความอยากรู้และค้นหาคำตอบด้วยตนเอง 4.4. เจตคติ (Attitudes) • ทัศนคติเชิงบวกต่อวิทยาศาสตร์: การเรียนรู้แบบสืบเสาะช่วยให้เด็กมีทัศนคติที่ดีขึ้นต่อวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะในแง่ของความสนุกสนานและการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน • ความมุ่งมั่นและความทนทาน: การทำงานในกลุ่มและการแก้ปัญหาด้วยตนเองช่วยเสริมสร้างความมุ่งมั่นในการเรียนรู้และความสามารถในการทำงานภายใต้ความกดดัน • เจตคติที่ดีต่อการทดลอง: ผ่านกิจกรรมเกมจับคู่จากแผ่นป้ายไฟฟ้า นักเรียนสามารถเห็นคุณค่าของการทดลองและการใช้กระบวนการวิทยาศาสตร์ในการหาคำตอบ ซึ่งช่วยสร้างทัศนคติที่ดีต่อการทดลองในอนาคต 4.5. สมรรถนะ (Competencies) • สมรรถนะด้านการคิดวิทยาศาสตร์: นักเรียนสามารถนำความรู้ที่เรียนรู้ไปใช้ในการคิดและแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านกระบวนการ Inquiry และเกมจับคู่ • สมรรถนะในการทำงานร่วมกัน: ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นในกลุ่มช่วยเสริมสร้างสมรรถนะด้านการทำงานเป็นทีม • สมรรถนะในการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์: นักเรียนสามารถใช้ความรู้และทักษะที่เรียนมาในชีวิตจริง ผ่านกิจกรรมที่ใช้วิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหาในโลกความจริง เช่น การออกแบบและทดสอบสมมติฐานในการทดลองต่างๆ สรุปผลที่เกิดขึ้น: การใช้รูปแบบการสอนที่ผสมผสานแนวคิดการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) และเกมจับคู่จากแผ่นป้ายไฟฟ้า ส่งผลให้กลุ่มเป้าหมาย (นักเรียน) ได้รับการพัฒนาในหลายด้าน เช่น การเข้าใจเนื้อหาวิทยาศาสตร์ได้ดีขึ้น พัฒนาทักษะการคิดและการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ มีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และเพิ่มสมรรถนะในการทำงานร่วมกับผู้อื่นและการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ในชีวิตจริง











พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก




.