นวัตกรรมพัฒนาทักษะการทำงานทางอาชีพผลิตภัณฑ์เตาอั้งโล่และพานบายศรีโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning ) รายวิชาการงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาศึกษาปีที่ 6
โรงเรียนบ้านหัวคำ
วันที่ 21 เมษายน 2568
1.ที่มาและความสำคัญ ในปัจจุบันการเรียนการสอนในชั้นเรียนมีการเปลี่ยนแปลงไปจากการสอนแบบเดิมๆ ที่เน้นการรับข้อมูลจากครูเพียงฝ่ายเดียว มาเป็นการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการศึกษาและสร้างความรู้ด้วยตนเอง โดยใช้แนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ซึ่งช่วยเสริมสร้างทักษะการคิด วิเคราะห์ และการทำงานร่วมกันในกลุ่ม รวมถึงการพัฒนาทักษะทางด้านอาชีพ การพัฒนาทักษะการทำงานทางอาชีพในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จะช่วยให้นักเรียนมีโอกาสได้ฝึกทักษะในการประดิษฐ์งานฝีมือที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันหรือพัฒนาเป็นอาชีพในอนาคต เช่น การผลิตเตาอั้งโล่และพานบายศรี ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญในด้านวัฒนธรรมและประเพณีของไทย การใช้แนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกในการเรียนการสอนจึงเป็นการส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง ปลูกฝังการคิดวิเคราะห์และการสร้างสรรค์งานฝีมืออย่างมีความรับผิดชอบการพัฒนานวัตกรรมนี้เกิดขึ้นจากการที่ผู้สอนเห็นความสำคัญของการส่งเสริมทักษะทางอาชีพและการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเป็นวัยที่สามารถเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานและประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้ความสามารถในการทำงานเชิงสร้างสรรค์ และสามารถนำทักษะที่เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างอาชีพหรือการพัฒนาองค์ความรู้ในด้านต่างๆ ต่อไป ผลิตภัณฑ์เตาอั้งโล่และพานบายศรีถือเป็นตัวอย่างของงานฝีมือที่มีคุณค่าในเชิงวัฒนธรรม ซึ่งสามารถนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ได้ โดยการใช้แนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และสามารถเชื่อมโยงความรู้จากวิชาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.วัตถุประสงค์ของนวัตกรรม 1. เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้และฝึกทักษะในการทำงานทางอาชีพผ่านกิจกรรมการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้วัสดุพื้นบ้าน 2. เพื่อให้นักเรียนได้ลงมือทำกิจกรรมด้วยตนเอง เรียนรู้จากประสบการณ์จริง 3. เพื่อให้นักเรียนจะได้ฝึกฝนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ 4. เพื่อให้นักเรียนจะได้เรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกับผู้อื่น การแบ่งงาน การรับผิดชอบ 5. เพื่อให้นักเรียนอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น และการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเฉพาะของชุมชน 3. เครื่องมือที่ใช้ ในการศึกษาครั้งนี้ มีการใช้เครื่องมือที่หลากหลายเพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning ) ศึกษา และประเมินผลด้านทักษะกระบวนการนวัตกรรมพัฒนาทักษะการทำงานทางอาชีพผลิตภัณฑ์เตาอั้งโล่และพานบายศรีโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning ) รายวิชาการงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาศึกษาปีที่ 6 โดยเครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ 3.1 แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning ) เรื่องการออกแบบเตาอั้งโล่ และพานบายศรี 3.2 แบบประเมินคุณภาพของแบบฝึกทักษะ ซึ่งมีเนื้อหาภายในประกอบด้วย คู่มือแบบฝึก แผนการจัดการเรียนรู้ ใบความรู้ แบบฝึกทักษะ 3.3 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ใช้ในการประเมินพฤติกรรมของนักเรียน 3.4 แบบประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใช้เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังการเรียนรู้ตามแนวทางที่พัฒนา 4. ผลลัพท์จากนวัตกรรม 1. ด้านนักเรียน (Learner Outcomes) ทักษะการทำงานทางอาชีพ: นักเรียนจะได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษะการผลิตผลิตภัณฑ์เตาอั้งโล่และพานบายศรี ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในกระบวนการทำงานและทักษะการใช้เครื่องมือหรือวัสดุในงานฝีมือ ทักษะการทำงานร่วมกัน: การทำงานกลุ่มจะช่วยให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม การแบ่งหน้าที่ และการสื่อสารเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน ทักษะการคิดสร้างสรรค์: นักเรียนจะมีโอกาสในการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ เพื่อให้มีความโดดเด่นและมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น ความรับผิดชอบและความมั่นใจ: นักเรียนจะได้เรียนรู้การรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมายและสร้างความมั่นใจในตนเองผ่านกระบวนการทำงานจริง 2. ด้านครู (Teacher Outcomes) การพัฒนาวิธีการสอน: ครูจะพัฒนาความสามารถในการใช้แนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่น่าสนใจและมีประสิทธิภาพ สำหรับนักเรียน โดยครูจะต้องหากิจกรรมและวิธีการสอนที่เหมาะสมกับลักษณะการเรียนรู้ของนักเรียน การประเมินผลที่หลากหลาย: ครูจะได้เรียนรู้การใช้เครื่องมือประเมินผลที่หลากหลาย เช่น การสังเกตพฤติกรรม การสัมภาษณ์ และการประเมินผลงาน เพื่อให้สามารถประเมินความก้าวหน้าของนักเรียนได้อย่างครบถ้วนและมีความยุติธรรม การจัดการห้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ: การใช้การเรียนรู้เชิงรุกช่วยให้ครูสามารถจัดการห้องเรียนในลักษณะที่นักเรียนมีส่วนร่วมและกระตือรือร้นในการเรียนรู้มากขึ้น 3. ด้านโรงเรียน (School Outcomes) พัฒนากระบวนการเรียนการสอน: โรงเรียนจะสามารถพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยใช้แนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานและการเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันของนักเรียน เสริมสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เปิดกว้าง: โรงเรียนจะสามารถสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งช่วยให้นักเรียนเรียนรู้จากกันและกัน พัฒนาอาชีพที่ยั่งยืน: ผลิตภัณฑ์ที่นักเรียนสร้างขึ้น เช่น เตาอั้งโล่และพานบายศรี อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมหรือโครงการที่โรงเรียนสามารถนำเสนอในงานหรือกิจกรรมชุมชน เพื่อสร้างรายได้เสริมให้แก่โรงเรียน 4. ด้านชุมชน (Community Outcomes) การเชื่อมโยงโรงเรียนกับชุมชน: ชุมชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของนักเรียน โดยการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การให้คำแนะนำหรือการช่วยส่งเสริมการผลิตผลิตภัณฑ์ที่นักเรียนทำขึ้น เช่น การเชื่อมโยงกับงานประเพณีท้องถิ่นที่ใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ การพัฒนาทักษะอาชีพในชุมชน: ชุมชนจะได้ประโยชน์จากการพัฒนาทักษะอาชีพของนักเรียน เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่นักเรียนสร้างขึ้นอาจเป็นสิ่งที่สามารถนำไปใช้หรือจำหน่ายในชุมชน เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและชุมชน: กิจกรรมต่าง ๆ ที่นักเรียนทำในการเรียนรู้เชิงรุกจะเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างโรงเรียนและชุมชน ชุมชนสามารถเห็นความสำคัญของการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงและการพัฒนาอาชีพในท้องถิ่น ส่งเสริมการรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่น: การเรียนรู้การผลิตผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เช่น เตาอั้งโล่และพานบายศรี ช่วยรักษามรดกทางวัฒนธรรมและส่งเสริมให้เยาวชนชื่นชมในสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน
พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก
หน้าแรก
โรงเรียน
แลกเปลี่ยน
ข่าวสาร
นวัตกรรม
กิจกรรม
.